ร.ร.ล.บ. 2551/43 สรุปผลโรงเรียน ประจำปี 2551 - ตอนที่ 4
posted on 10 Mar 2009 19:59 by cubicschool in 01-ACTIVITIESก่อนจะคุยขอเน้นเรื่องสำคัญกันอีกรอบ เอาให้บ่อยจนไม่มีใครอ้างได้ว่าไม่รู้เลย
กฏเหล็กโรงเรียนลูกบาศก์ ที่ขอมาเน้นอีกรอบให้ชัดๆ
1. ห้าม เอาข้อมูลตัวละคร
ทั้งภาพและบทความ ของที่นี่และบล็อกคนที่เข้าร่วมโครงการทุกคน ไปเผยแพร่
ทำซ้ำ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต
(อันนี้เป็นมาตรฐานเรื่องลิขสิทธิ์ที่พึงจะทำอยู่แล้ว)
2. ห้าม โพสทุกสิ่งที่เกี่ยวกับโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ใช่ตัวละครของเราเอง ต้องโพสในพื้นที่ EXTEEN
เท่านั้น (โดยยกเว้นให้สำหรับเ็ว็บต่างประเทศ แต่ควรบอกผม
และต้องมีการเครดิตชื่อโครงการเสมอ) (ทางที่ดีคืออย่าอัพนอก exteen
หากยังไม่ได้ขอ)
3. ห้าม โปรโมทโครงการโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด อนุญาตให้บอกต่อกันเองเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมจำนวนคนที่จะมาสมัคร ให้เป็นคนที่สนใจตัวโครงการอย่างแท้จริงเท่านั้น
เอนทรี่สำคัญสำหรับคนที่สนใจจะสมัครปีนี้
ร.ร.ล.บ.2551/37 แนะเบื้องต้นสำหรับคนสอบเข้า
มาคุยกันก่อนเตรียมตัวสอบเข้า (ไม่ใช่เอนทรี่รับสมัคร)
____________________________________________________
คุยก่อนอ่าน
ตอนสุดท้ายนี้ขอคุยแบบสบายๆ เป็นการปิดท้ายกันหน่อย
เพราะผมเองก็เริ่มหมดแรงแล้ว เป็นเอนทรี่ที่กินพลังจริงๆ
คงจะแค่สรุปเท่าที่นึกได้ในประเด็นหลักๆ
ส่วนที่เหลือนั้นถ้ายังขาดอะไรก็เสริมได้ตามสบายครับ
สรุปผลโรงเรียน ประจำปี 2551
ตอนที่ 1
ช่วงที่ 1 - การก่อตั้งโรงเรียน
ช่วงที่ 2 - การขยายตัวของโรงเรียน
ช่วงที่ 3 - การพัฒนาระบบโรงเรียน
ช่วงที่ 4 - สภาพสังคมในโรงเรียน
ตอนที่ 4 (ตอนนี้)
ช่วงที่ 5 - บทสรุปและความคาดหวังในอนาคต
______________________________________________________________
ตอนที่ 4
ช่วงที่ 5 - บทสรุปและความคาดหวังในอนาคต
22. เก็บตก
มีเรื่องที่ผมลืมพูดในหัวข้อก่อนๆ หรือบางอันก็ไม่ได้เข้าข่ายเรื่องไหนชัดเจน
เลยขอยกมาพูดในช่วงนี้แทนครับ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่ซีเรียสเลยคุยกันสบายๆ ได้
22.1 นอกเรื่องไม่นอกเรื่อง
คำนี้เป็นคำที่ผมพูดย้ำอยู่บ่อยๆ และเชื่อว่าเป็นเรื่องกังวลใจของหลายๆคนเวลาจะเขียนเรื่องสักเรื่อง
การนอกเรื่องเป็นต้นเหตุของปัญหาหลายๆอย่าง เช่นการ Overload
และการเฉไฉจากวัตถุประสงค์ของโครงการ
คำถามก็คือ นอกเรื่องมันเป็นอย่างไร
การ "นอกเรื่อง" คือ การที่คุณเขียนเรื่องที่โฟกัสอยู่เฉพาะโลกรอบๆตัวละครคุณเสียมาก
มากเสียจนตัดความเป็น "โรงเรียนลูกบาศก์" ออกไป ก็ไม่มีผลอะไร
นั่นคือความหมายของมันครับ
มันไม่ใช่การที่มี OC มากจนล้น ไม่ใช่การเขียนเรื่องที่มีฉากอยู่นอกโรงเรียน
แต่มันคือการที่คุณสร้างโลกส่วนตัวหลุดออกจากคนอื่นๆ
โดยไม่จำเป็นต้องใส่ความเป็นโรงเรียนลูกบาศก์เข้าไปในเรื่องเลย
นั่นไม่ใช่เรื่องเสียหายแน่นอนครับ แต่มันก็เรียกได้ยากว่านั่นคือส่วนหนึ่งของโครงการ
แล้วเขียนให้ไม่นอกเรื่อง ทำอย่างไรล่ะ
ผมเข้าใจครับว่าหลายตัวละครมีภูมิหลังที่ส่งผลอย่างมากต่อความเป็นตัวละครปัจจุบันนี้
หรือมีพล็อตที่ไม่สามารถเลือกใช้ตัวละครจากในโครงการได้
ผมไม่เคยห้ามที่จะใส่ส่วนนี้ลงไปในตัวละครของคุณครับ
ที่จริงแล้ว ผมเพียงแค่ต้องการให้คุณ
ใส่ความเป็น "โรงเรียนลูกบาศก์" ลงไปในเนื้อเรื่องของคุณ
ขอให้สิ่งที่มีอยู่ในโรงเรียนนี้ เป็นสิ่งที่มีผลกับเนื้อเรื่องของคุณ
เป็นตัวที่ทำให้ตัวละครของคุณพัฒนา หรือให้ตัวละครของคุณช่วยพัฒนาตัวละครอื่นๆ
ให้ตัวละครของคุณอยู่กับปัจจุบัน
หรือถ้าจะมีส่วนของอดีต ก็ควรจะเป็นอดีตมีผลสามารถนำมาเชื่อมโยงกับตัวละครอื่นๆในโครงการได้
ในงานแต่ละเรื่อง ในตัวละครแต่ละตัว ย่อมมีแก่นมีเป้าหมายของมัน
ผมอยากให้สิ่งที่มีอยู่ในโรงเรียนลูกบาศก์
เป็นส่วนที่ทำให้ตัวละครของคุณไปถึงเป้าหมายนั้นครับ
22.2 เรื่องราวอดีตของตัวละคร กับ PRE-MS และ DB 2
ประมาณตั้งแต่สองเดือนก่อนที่ผ่านมา ผมมัวแต่ง่วนกับธีสิสจนไม่ได้มาอธิบายเรื่องนี้อย่างจริงจัง
มีเพียงแค่การไปช่วยตอบเป็นรายคน สำหรับคนที่ถามว่าเรื่องราวก่อนเป็นครูควรจะเป็นอะไร
ทั้งนี้ผมคิดว่าเรื่องราวก่อนเข้าโรงเรียนมันก็ยังไม่สำคัญเท่ากับตอนเข้ามาอยู่ดี
จะให้รวมเป็น MS ไปอีกเดี๋ยวมันก็เฝือ ผมเลยคิดแบบเฉพาะหน้าว่าให้เป็น PRE-MS ไป
PRE-MS
- คือเรื่องราวหลักของตัวละคร ในช่วงก่อนที่จะเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนนี้
- เป็นเรื่องราวที่เป็นแก่นเรื่องราวชีวิต และควรเชื่อมโยงกับการมาเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน
ขอให้นึกว่าในอนาคตชีวิตของตัวละครมาพาดอยู่ในโรงเรียน
แล้วแก่นจะไปอยู่นอกโรงเรียนได้อย่างไร
- PRE-MS ในความเห็นของผม ไม่ได้สำคัญในระดับที่ทุกคนต้องมาอ่าน
แต่เป็นสิ่งที่ผู้เขียนเอาไว้เคลียร์ตัวเอง กับมิติชีวิตและความคิดของตัวละคร
- เป็นหน้าที่ของผู้เขียนเอง ที่จะต้องสรุป PRE-MS ทั้งหมด ให้อยู่ในรูปของ DB 2
DB 2 ความเดิมของตัวละคร
- สำหรับตัวละครใหม่ ฐานข้อมูลนี้คือการบอก "ข้อเท็จจริง" เกี่ยวกับก่อนการเข้ามา
- ใช้หลักการเหมือน DB ทุกประการ คือการสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างๆ
มีการอธิบายที่ชัดเจน ไม่มีการหมกเม็ด เพื่อให้เกิดความกระจ่างในอดีตนั้นโดยทั่วกัน
อย่าลืมว่าโครงการนี้เป็นเรื่องราวร่วมเขียน ดังนั้นอะไรที่ทุกคนควรรู้ก็จงบอกมาเสียแต่แรก
- ข้อมูลที่คิดว่าหากบอกจะเป็นการสปอยล์ ก็ซ่อนด้วยการทำอักษรสีขาวก็ได้
- ควรมีการใส่ลิงค์ของ PRE-MS เพื่อเชื่อมโยงให้คนสามารถไปอ่านรายละเอียดได้ (ถ้าอยาก)
- DB 2 ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับ DB อื่นๆ นั่นคือเป็นสิ่งที่อ้างอิงไม่ให้คนอื่นบิดเบือนตัวละครได้
ดังนั้นควรใส่ใจกับมันให้ดี หากคุณมีสิ่งใดที่ต้องการรักษาไว้ไม่ให้เพี้ยนไปจากที่คุณคิด
22.3 DB 2 -> DB 2.1 -> DB 2.2 -> ...
ผมขอมาเคลียร์กับเรื่องฐานข้อมูล DB 2 กันอีกรอบ ก่อนที่จะไปชี้แจงอย่างละเอียดทีหลัง
เพราะว่าผู้ร่วมโครงการจะได้เข้าใจแนวคิดหลัก ของ DB ที่มีผลต่อการเล่าเรื่องมากที่สุดอันนี้
แนวคิดเรื่องอัพเดท
ก่อนอื่นต้องขอเน้นว่า .1 .2 ... ที่จะมีนั้น มันคือเป็นภาคอัพเดทของฐานข้อมูลนั่นเอง
โดยจากที่ตอนเข้ามาใหม่ๆไม่มีอะไรต่อท้าย เมื่อจบเทอมหนึ่งแล้ว จะเริ่มมี .1
และเมื่อจบเทอมสอง ก็จะมี .2 ต่อเช่นกัน ดังนั้นการอยู่ในโรงเรียนนี้หนึ่งปีก็จะเพิ่มไป 2 นั่นเอง
ดังนั้นนักเรียนทั่วไป ถ้าเล่นจนครบถึงม.6 ไม่มีการสูญหาย
พอถึงวันสุดท้ายถ้าสรุปก็จะเป็น .6 นั่นเองครับ
ส่วนครูนั้นจะพิเศษกว่าคืออยู่ได้จนกว่าจะเบื่อ ตัวเลขทศนิยมอาจมากขึ้นเรื่องๆก็ได้
(ทั้งนี้เพราะครูเป็นบุคลากรที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถมาก ดังนั้นถ้าอยู่ได้ก็อยากให้อยู่ต่อ)
การแบ่งช่วงเวลาที่มีผลต่อตัวเลขการอัพเดท
มีคนเคยถามมาว่า เรื่องราวปิดเทอมของนักเรียนจะนับเป็น DB ไหน
ผมเลยขอมาชี้แจงให้เห็นกันชัดๆ ว่ามันแบ่งกันอย่างไร
ขอให้ดูตามนี้ครับ
*edit 2009-03-22 ขอเพิ่มเติมให้กระจ่าง
ก่อนอื่น ขอให้เราคิดแยกสองอย่างนี้ก่อนนะครับ
- แบบแรก -- ข้อมูลเหตุการณ์ตามเวลา ได้แก่ DB 2
- แบบสอง -- ข้อมูลนิสัย พฤติกรรม และทัศนคติ ได้แก่ DB ที่เหลือ
ซึ่งที่ต้องแยกนั้น เพราะว่าระบบเขตแดนเวลาของสองแบบมันต่างกันครับ
แบบที่ 1
เนื่องจาก DB 2 จะมีลักษณะของการย้อนอดีต (ความเดิมของตัวละคร) จึงจะเป็นแบบนี้
ก่อนเข้าโรงเรียน / ปี 1 เทอม 1 / ปิดเทอม / ปี 1 เทอม 2 / ปิดเทอมใหญ่ / ปี 2 เทอม 1
--------------> DB 2 -----------------> DB 2.1 --------------------> DB 2.2
แบบที่ 2
เนื่องจาก DB ที่เหลือ จำเป็นต้องมีการอัพเดทตลอดเวลา และคาดการณ์เผื่ออนาคต จึงเป็นแบบนี้
ก่อนเข้าโรงเรียน / ปี 1 เทอม 1 / ปิดเทอม / ปี 1 เทอม 2 / ปิดเทอมใหญ่ / ปี 2 เทอม 1
--------------> DB X -----------------> DB X.1 --------------------> DB X.2 --------->
หากอิงตามสีแล้ว จะพบว่า DB 2 นั้นจะนับย้อนหลังไปหาอดีต เพราะเป็นการสรุปเรื่องราว
ในขณะที่ DB ที่เหลือนั้น เป็นการลากไปถึงอนาคตจนกว่าจะมีตัวใหม่มาแทน
ทั้งนี้การให้แบบที่ 2 ต่างจากแบบที่ 1 เพราะเป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องมีการอัพเดทตลอดเวลา
ตัวอย่างเช่นหากมีเรื่องราวที่ทำให้เกิดทัศนคติที่เปลี่ยนไปในกลางเทอม
เราก็ต้องเพิ่มใน DB เดิมทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องตั้ง DB ใหม่ เพียงเพื่อเพิ่มแค่บางส่วน
แล้วเราค่อยทำ DB อัพเดทตัวใหม่ เมื่อสิ้นสุดปิดเทอมแต่ละอัน
เพื่อที่จะได้สามารถเก็บ DB ตัวเก่าไว้อ้างอิงในภายหลังนั่นเอง
ส่วน DB 2 นั้น ไม่จำเป็นต้องอัพเดทตลอดเวลา เพราะยังไงการสรุปก็ต้องการภาพรวมทั้งหมดก่อน
แต่ก็สามารถทยอยทำล่วงหน้าได้ โดยใช้ชื่อเอนทรี่ตามเขตแดนดังกล่าวครับ
คำตอบของข้อสงสัยที่ว่า เมื่อจบเทอมสอง รหัส DB ที่ควรจะเขียนเป็นอย่างไร
คำตอบคือ
DB 1.1 (สามารถอิงตัวเดิมของเทอม1ได้มีอะไรเปลี่ยนก็เพิ่มไปในตัวเดิม ไว้ปีการศึกษาใหม่ค่อยเป็น 1.2)
DB 2.2 (เขียนเหตุการณ์ทั้งเทอมไปก่อนเพราะมันเยอะ ไว้มาเพิ่มเหตุการณ์ช่วงรับน้องทีหลังได้)
DB 3.1 DB 4.1 DB 5.1 (ถ้าจะไม่ร่วมกิจกรรมรับน้องจะเป็น .2 เลยก็ได้ เพราะช่วงปิดเทอมไม่ส่งผลนัก)
ส่วน DB 7.2 ไว้เขียนตอนที่รู้แล้วว่ามีน้องคนไหนบ้าง
DB 8.1 (อันนี้เป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องตั้งใหม่ทุกครั้ง ถ้าอยากตั้งเอนทรี่ใหม่ก็อิงตามเวลาครับ)
DB 9.2 (เพราะว่าปิดเทอมไม่มีการเรียนแล้วนี่นา จะเขียนของที่จะใช้เทอมหน้าเลยก็ได้)
หวังว่าจะทำให้กระจ่างขึ้นนะครับ
22.4 บุคลากรพิเศษ
ที่ผ่านมา ตัวละครบุคลากรพิเศษส่วนใหญ่นั้น ก็กลายเป็น NPC ไปเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งตอนแรกอาจจะมีการอ้างได้ว่าเพราะโอกาสในการเล่นมันน้อยกว่าครูกับนักเรียน
แต่มันก็มีการแสดงให้เห็นแล้วว่า ถ้าคนจะพยายามจริง มันก็มีบทบาทได้อยู่ดี
ถึงบทบาทอาจจะน้อยกว่า แต่รับรองว่าจะเป็นตัวส่งเสริมมิติโรงเรียนได้เป็นอย่างดี
รวมทั้งยังมีรูปแบบพิเศษในการดำเนินเรื่องที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย
แต่ก็ยังเป็นความจริงที่ตอนนี้อัตราส่วนการร้างสูงกว่าอย่างชัดเจน
เราจะทำอย่างไรดี
- ตัวละครที่ร้างไป ทำอย่างไรดี
ผมเองก็คิดถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่เทอมก่อนแลวด้วยซ้ำ
เพราะการที่ปล่อยให้มีตัวร้างไว้เฉยๆ มันก็เป็นการกันที่คนที่อาจจะอยากมาทำจริงๆมากกว่า
แต่ทั้งนี้การจะลบตัวละครร้างทิ้งไว้ดื้อๆเลยก็ดูจะเป็นการโหดร้ายต่อตัวละครเกินไป
รวมทั้งหากยังไม่มีใครเสนอมาเป็นตัวละครใหม่ในอาชีพนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาของเก่าออก
คือปล่อยให้เป็น NPC ต่อไปได้ มีการหยิบใช้บ้างตามโอกาสอันเหมาะสม
แต่ผมก็จะเปิดโอกาสให้กับคนที่สนใจด้วยเช่นกัน ผมมีวิธีดังนี้ครับ
- การรับตัวละครใหม่ เพื่อแทนที่ตัวละครเก่าในสายงานเดียวกัน
จากที่ได้่ชี้แจงปัญหาตัวละครร้างในข้างต้น ผมก็จะมาคลี่คลายด้วยวิธีนี้ครับนั่นคือการเปิดรับสมัครงานดังกล่าวแม้ว่ามีคนอยู่แล้ว
โดยจะเป็นการเพิ่มจำนวน ไม่ใช่รับเพื่อไล่ใครออกไป
แต่จะเป็นการรับให้คนใหม่มาลองทำหน้าที่แทนดู ว่าสามารถทำได้ขนาดไหน
ถ้าสามารถแสดงให้เห็นว่า คนใหม่นั้นสามารถทำอะไรได้มากกว่าคนเก่า
เราก็จะใส่เรื่องให้ว่าคนเก่าได้งานใหม่แล้วลาออกจากโรงเรียนนี้เอง
(เน้นว่าไม่มีการไล่เกิดขึ้น โรงเรียนนี้ใจดีจะตาย)
แต่กรณีที่ตัวละครบุคลากรเก่านั้นเป็น NPC ที่มีคุณภาพอยู่แล้ว
คือถึงเจ้าของตัวละครจะไม่กลับมาอีกแล้ว แต่ก็ยังมีคนอื่นคอยเอาไปเล่นอยู่เสมอ
เราก็คงจะเก็บไว้เป็น NPC กิติมศักดิ์ต่อไป เพราะยังมีประโยชน์ต่อโรงเรียนอยู่
ส่วนคนใหม่ในอาชีพเดียวกันนั้นก็ทำงานต่อไป ในฐานะตัวละครที่ยังแอคทีฟอยู่
*** นอกจากนี้ ในปีการศึกษาหน้าผมคงจะใช้รูปแบบนี้กับครูที่ร้างด้วยเช่นกัน
โดยขอทดสอบวิธีนี้กับบุคลากรพิเศษในปีนี้ก่อน ว่าจะได้ผลดีหรือไม่ครับ
- การเปิดรับตัวละครบุคลากรพิเศษ
หลังจากพ้นช่วงรับนักเรียนไปแล้ว ผมจะเริ่มเปิดรับบุคลากรพิเศษให้มาเพิ่มภายหลัง
โดยจะเป็นการประกาศตำแหน่งที่เปิดรับ เหมือนกับการสมัครงานตามบริษัททั่วไป
ให้คนที่สนใจมาเสนอชื่อและงานที่อยากจะทำเอง แล้วผมจะบอกรายละเอียดให้เป็นรายคน
ซึ่งแต่ละงานก็จะมีรูปแบบการส่งข้อมูลตัวละครและเรื่องราวที่เป็นโจทย์ต่างไปด้วย
เพื่อให้ไม่มีการกันที่ เราจะใช้ระบบการจองเหมือนกับตอนที่ให้ครูจองวิชา
มีการกำหนดเวลาในการจอง หากหมดเวลาแล้วยังไม่มีการส่งมาก็จะลบชื่อออกให้คนอื่นจองใหม่
และหากเริ่มมีการส่งข้อมูลแล้ว เราก็จะตรวจแก้ไปเรื่อยๆจนกว่าเป็นที่ยอมรับในสังคม(คนเล่น)
*** ทั้งนี้หากพบว่าเกินจะเยียวยา เราก็จะบอกให้ไม่ต้องพยายามแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลากันครับ
- ปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต้องมี สำหรับคนที่สมัครเป็นบุคลากรพิเศษ
มีความรู้ความเข้าใจขั้นพื้นฐาน กับสายอาชีพที่จะเข้ามาสมัคร
ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำงานนั้นเป็น แต่ขอให้รู้ว่าคุณจะเขียนเรื่อง"อย่างไร"กับสายงานนั้น
ซึ่งเราจะมีการทดสอบด้วยการให้เขียนเรื่องราวในโรงเรียนอย่างน้อย 1 เรื่อง
ที่เกี่ยวกับการผูกเรื่องราวสายงานตัวเองกับโรงเรียนนี้ โดยโจทย์จะต่างไปตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าถึงคุณหายไป ตัวละครนั้นก็จะยังคงอยู่ได้
เราจะมีการบังคับขั้นพื้นฐานว่าต้องทำ DB ให้ครบตามที่กำหนด (ไม่ใช่ทุกอัน แต่เกือบ) จึงจะผ่าน
หากใครสามารถทำได้ในขั้นนี้ ผมจึงจะรับเป็นบุคลากรพิเศษอย่างเป็นทางการ
และคงอยู่กันไปนานจนกว่าคุณจะถอนตัวไปเองเลยล่ะครับ
____________________________________________________________
23. สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้
ในภาพรวมแล้ว ต้องบอกว่าเราได้ผ่านอะไรมากเยอะมากเหนือความคาดหมายจริงๆ
หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมเองก็เกือบตั้งตัวไม่ทัน
แต่โชคดีที่ผมได้คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยมีมา
และโชคดียิ่งกว่า ที่ได้สมาชิกที่สามารถคุยด้วยกันได้ดี ไม่มีภัยสังคมในตอนนี้
พวกเราจึงสามารถผ่านหนึ่งปีมานี้มาได้ และเป็นประสบการณ์สำหรับปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมตัวในอนาคต
ผมจึงขอชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งสิ่งที่แก้ได้แล้ว ไม่เป็นปัญหานัก หรือเป็นปัญหาสำคัญ ดังนี้
1. ข้อมูลตัวละครไม่ครบ
สาเหตุ - เนื่องจากไม่ได้บังคับให้ทำข้อมูลส่วนสำคัญตั้งแต่แรก
ผล - ตัวละครบางตัวจึงใช้งานได้ยาก เพราะคนไม่แน่ใจในข้อมูลที่หายไป
ทางแก้ - ต่อไปนี้ การรับสมัครตัวละคร สมาชิกใหม่จะต้องส่ง DB พื้นฐานที่บังคับก่อน ถึงจะผ่าน
2. ข้อมูลตัวละครมีความขัดแย้งในตัวเอง / ไม่น่าเชื่อถือ
สาเหตุ - ความหละหลวมในการให้ผ่านของผมในช่วงแรก
ผล - มาให้แก้ทีหลังก็ลำบาก เป็นที่ถกเถียง และคนก็ไม่รู้จะใช้ตัวละครอย่างไร
ทางแก้ - สำหรับของเก่าเราคงแก้เท่าที่จะทำได้ เลยคงมาจริงจังกับคนใหม่แทนเพื่อตัวเขาเอง
3. ข้อมูลขาดการอัพเดท
สาเหตุ - คงเพราะการอัพเดทมันทั้งเหนื่อยและไม่สนุก (อันนี้ขอยืนยัน)
ผล - ตัวละครจมอยู่ในอดีต ไม่รู้จะเล่นยังไง
ทางแก้ - เรื่องนี้มีเป็นสิทธิส่วนบุคคล เราได้แต่รอว่าเจ้าของจะอัพเดทไหม
4. เจ้าของตัวละครหายสาบสูญ
สาเหตุ - นานาปัจจัย ไม่ขอแจกแจง
ผล - ตัวละครหายสาบสูญไปจากสารบบ ไม่รู้จะเล่นยังไง
ทางแก้ - ถ้ามั่นใจแล้วว่าหายถาวร คงจะให้คนที่สนใจรับเป็นลูกบุญธรรมได้ตามความเหมาะสม
โดยการเป็นคนทำ DB และการบ้านต่างๆไปเลย เพื่อให้ตัวละครดำเนินต่อไปได้
อีกทางนึงคือสำหรับสมาชิกใหม่เราจะให้ลงข้อมูลสำคัญให้ครบก่อน เผื่อหายไปเราจะได้่เล่นต่อได้
5. หายไปนาน พอกลับมาเล่นแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก
สาเหตุ - ก็เพราะหายไป แล้วเรื่องราวในโรงเรียนก็ไปไวมาก
ผล - บางคนอาจ(ถือโอกาส)ไม่เขียนต่อ เพราะตามเรื่องคนอื่นไม่ทัน
ทางแก้ - ความจริงแล้วผมได้บอกมาตลอดว่ามันไม่ใช่ปัญหา มันอยู่ที่ตัวคนเล่นเองมากกว่า
มีวิธีที่ช่วยได้ดีนั่นคือไม่ต้องตามเขียนไล่ย้อนอดีตแล้ว
สรุปอดีตให้จบไปเลย แล้วมาเล่นปัจจุบันไปเลยดีกว่า
ผมพูดจนเริ่มเบื่อแล้ว แต่ก็จะพยายามพูดต่อไป เพราะสงสารตัวละครครับ
6. OVERLOAD
เราคุยเรื่องนี้ใน ช่วงที่ 2 - การขยายตัวของโรงเรียน แล้ว ลองไปดูเอาอีกรอบแล้วกันถ้าลืม
7.การบิดเบือนข้อมูล (ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจ)
สาเหตุ - IS ทำให้เกิดการสานต่อจนคนคิดว่า IS คือของจริง
ผล - ตัวละครเริ่มเพี้ยนไปเรื่อยๆ จนข้อมูลเพี้ยนจากฐานข้อมูลของเดิมของตัวละคร
ทางแก้ - หลักเลี่ยงการเขียน IS ที่เสี่ยงต่อความเข้าใจผิด / มีการเตือนให้ชัด
/ ขอเจ้าของตัวละครก่อนเขียนหากเป็นเรื่องที่ไม่แน่ใจ
8. ครูบางคนยังไม่เริ่มสอนเท่าไหร่
สาเหตุ - ผมก็ไม่รู้ แต่คิดว่าส่วนหนึ่งก็คงเพราะเหมือนครูต้องพยายามข้างเดียวด้วย น่าสงสาร
ผล - วิชานั้นตายไป ไม่มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นหากคนเขียนคนอื่นไม่เริ่มต้นเอง
ทางแก้ -พยายามจะเน้นย้ำอีกรอบ ว่าการสอนไม่ใช่การเอาเนื้อหาวิชาการมาโพส
แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าครูสอนอย่างไรมากกว่า
นอกจากนี้จะพยายามสร้างการบ้านให้นักเรียนเป็นฝ่ายเริ่มต้นหาครูก่อนเสียที
** มีข้อแนะนำว่าครูน่าจะลองแจกแจงอดีต ในรูปแบบข้อเท็จจริง
ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ DB 2 โดยครูเก่าก็ทำย้อนหลังได้ เพราะ DB 2 คือเรื่องราวก่อนเข้ามาสอน
จะได้เป็นประเด็นที่เจ้าของนักเรียนมาลองเช็คดูว่าโยงกับตัวเองได้ไหม
9. นักเรียนบางคนยังไม่เริ่มเขียนเรื่องโยงถึงครูเท่าไหร่
สาเหตุ - เพราะครูยังไม่เริ่มสอน และเด็กก็ไม่พยายามที่จะเริ่มแทน
(ส่วนนึงการเขียนเรื่องของผู้ใหญ่มันก็ยากด้วย ผมเองก็ไม่ถนัดถ้าไม่มีการเริ่มจากอีกฝ่ายก่อน)
ผล - นักเรียนกับครูยังอยู่คนละโลกกัน (แต่ความจริงในระยะหลังปัญหานี้เริ่มคลี่คลายแล้ว)
ทางแก้ -พยายามสร้างการบ้านให้นักเรียนเป็นฝ่ายเริ่มต้นหาครูก่อนด้วย
และลองหาโอกาสให้ครูได้ทำกิจกรรมกับนักเรียนนอกห้องเรียน ซึ่งดูจะง่ายกว่าในเบื้องต้น
10. บางคนยังเล่นในวงแคบ
สาเหตุ - อาจจะขาดความมั่นใจในการลองตัวละครอื่น/ยังเคลียร์ MS ไม่จบเสียที
ผล - เสียโอกาสในการเล่นโรงเรียนลูกบาศก์ในส่วนที่เหลือ ซึ่งเป็นศักยภาพของโรงเรียน
ทางแก้ -สร้างกิจกรรมที่เอื้อต่อการเล่นกับคนอื่นเพิ่มอีก
/ แนะว่าควรสรุป MS และเขียนเท่าที่จำเป็น เขียนเท่าที่คิดว่าคนจะอยากอ่าน
** แต่ทั้งนี้ไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องเล่นหลากหลาย
มันเป็นสไตล์ของแต่ละคนนี่นะ ผมอยากให้มันเป็นไปอย่างธรรมชาติมากกว่า
11. บางคนเขียนการบ้านเพื่อแค่ให้มันครบ (ปัญหาในช่วงแรก)
สาเหตุ - ช่วงแรกที่อาจยังไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร เลยเขียนโดยขาดแรงจูงใจ
ผล - ข้อมูลที่ได้มา ไม่มีประโยชน์ต่อการใช้งานใดๆ ทำให้เสียโอกาสไปอีกก้าวหนึ่ง
ทางแก้ - พยายามส่งเสริมว่า"การบ้านไม่ใช่ภาระ...แต่เป็นโอกาสในการสร้างมิติตัวละคร"
นึกได้เท่านี้แล้วล่ะครับ ใครอยากจะเสริมอะัไรอีกก็บอกมาได้ในเอนทรี่นี้นะ
แต่ส่วนตัวแล้วผมว่าที่เหลือก็ไม่ใช่ปัญหาหนักหนาอะไรแล้วล่ะ
ที่จริงแล้วที่บอกมา 11 ข้อที่ผ่านมานี้ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรด้วยซ้ำ
แต่ก็เอามาบอกให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเรื่องบางเรื่องมันก็ส่งผลอย่างที่บางคนอาจไม่เคยรู้ก็ได้
บางทีผมก็อาจจะคาดการณ์ในแง่ร้ายมากไป แต่เราก็ต้องคิดเผื่อไว้ก่อน ดีกว่าผิดเกินคาดครับ
สำหรับสิ่งดีๆที่ได้จากโครงการนี้ ผมคงไม่ต้องยกมาเป็นอีกหัวข้อแล้ว
เพราะมันก็เป็นสิ่งที่รู้ได้ด้วยตัวเอง (ถ้าอยากเล่นโครงการนี้จริงๆ)
สิ่งที่เราน่าจะมาคุยกันน่าจะเป็นเรื่องปัญหาเพื่อการแก้ไขมากกว่าครับ
____________________________________________________________
24. สิ่งที่คาดการณ์ไว้ในปีการศึกษาหน้า
สำหรับปีการศึกษา 2552 อันเป็นปีัที่ 2 ที่จะมาถึงในเร็วๆนี้
ผมเองก็คาดไว้ว่า เราคงต้องพบกับการไหลทะลักของข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าปีก่อน
เพราะจากระบบการรับสมัครที่เข้มงวด น่าจะทำให้คนที่รอดเข้ามาได้นั้นต้องเป็นคนจริงพอสมควร
และทำให้อัตราส่วนของคนที่เล่นจริงนั้นมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
ดังนั้นผมจึงคงต้องลดปริมาณการเปิดรับนักเรียนลงให้เหลือเพียงแค่ 32 คน
ซึ่งเป็นจำนวนที่ผมต้องการตั้งแต่ในปีแรกอยู่แล้ว (แต่เปิดรับเพิ่มเพราะเห็นว่ายังมีคนต้องการเยอะ)
ทั้งนี้เพื่อรองรับอนาคตที่หากมีนักเรียนครบ 3 ปี จะได้ไม่มีจำนวนมากเกินไป
และจำนวนที่น้อยลง จะเอื้อให้่เกิดการเล่นกันอย่างทั่วถึงมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มมาของนักเรียนชุดใหม่ รวมทั้งครูใหม่ที่พึ่งได้เข้ามานั้น ก็มีข้อดีอยู่ด้วย
เพราะการที่ตัวละครรุ่นที่ 2 นี้ มีการสอบเข้าอย่่างเข้มข้น กรองเนื้อหากันแบบเต็มที่
ดังนั้นข้อมูลที่จะได้มีความขัดแย้งน้อยลง น่าจะพร้อมสำหรับการสานต่อโดยทั่วถึงกัน
และเป็นแนวทางให้คนรุ่นเก่าได้รู้สึกว่าอยากพยายามให้ดีเหมือนกับรุ่นใหม่ด้วย (ถ้าดีจริง)
ส่วนเรื่องกิจกรรมนั้น คิดว่าพอมีคนมากขึ้น ก็น่าจะมีแนวคิดใหม่ๆที่เสนอมาสำหรับการเป็น EV ด้วย
อย่างไรก็ตามผมก็คงต้องมาคัดเลือกตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้มากจนเกินไป
นอกจากนี้ประสบการณ์ในปีที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้ว่ากิจกรรมระยะยาวจะส่งผลอย่างไร
ดังนั้นการเตรียมการจึงน่าจะมีความพร้อมมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องเวลาของผมเองนั้น แม้ว่าผมจะจบธีสิสแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะว่างขึ้น
เพราะเอาเข้าจริงผมก็ต้องเริ่มหางาน และสร้างผลงานไว้เป็นพอร์ทสำหรับทำงานจริง
ดังนั้นอาจจะลงมาคลุกคลีในระดับการเล่นตัวละครน้อยลงยิ่งกว่าเดิมอีก
แต่ก็จะหาเวลาให้ภูมิมาเป็นรุ่นพี่ที่ดีให้ได้ครับ
____________________________________________________________
25. ความคาดหวังในอนาคต
คุยกันมาเยอะแล้ว ผมคิดว่าผมก็น่าจะบอกเรื่องราวจากในใจของผมจนหมดแล้ว (เหนื่อยด้วย)
สำหรับความคาดหวังในอนาคต ผมเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเท่าไหร่ เพราะระบบมันไปเองอยู่แล้ว
ในเรื่องคุณภาพนั้นมันก็สามารถพัฒนาไปอย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว
ไม่ว่าวงการไหนก็น่าจะรู้กันอยู่ว่ายิ่งเราได้ทำ ได้ฝึกฝน ฝีมือมันก็ยิ่งพัฒนา
ทั้งนี้ก็ต้องประกอบกับการไปให้ถูกทางด้วยเช่นกัน ซึ่งผมคิดว่าเราวางแผนกันมาเยอะัแล้ว
ถ้าทำไปตามทางจริง ไม่ออกนอกสู่นอกทางบ่อยนัก มันก็เดินหน้าได้เองแหละ
ความคาดหวังสุดท้ายที่ผมอยากได้จริงๆมากกว่าคุณภาพก็คือ
ของให้พวกเรายังเป็นสังคมดีๆ ไม่มีปัญหาต่อกัน
หรือถ้ามีก็สามารถเคลียร์กันได้ ไม่มีอะไรตกค้างในความรู้สึก
ให้เป็นสังคมที่อยู่แล้วรู้สึกอุ่นใจ เป็นที่พักผ่อนทางใจอีกแห่งในโลกอินเตอร์เน็ตครับ
____________________________________________________________
บทส่งท้ายสำหรับตอนที่ 4 (ตอนสุดท้าย)
หลังจากที่เขียนมายาวนานจนถึงตอนนี้ ผมก็คิดว่าผมได้เล่าจนหมดแล้ว
หวังว่าจะได้เห็นภาพรวมของโรงเรียนในหนึ่งปีที่ผ่านมา
และเอาไว้เรียนรู้เป็นแนวทางสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่อไปในอนาคตครับ
สำหรับคนที่อ่านมาตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ก็ขอขอบคุณที่ติดตามกันมานะครับ
ผมคงไม่คิดจะมาบังคับให้ทุกคนต้องมาอ่านบทความชุดนี้
แต่คาดหวังว่าหากมีเวลาก็ควรจะมาอ่านด้วยความ"ใส่ใจ"
และถ้าเมื่อไหร่ที่มีคนมาอ่านด้วยความต้องการของตัวเอง
นั่นน่าจะเป็นความสำเร็จในการสร้างความรู้สึกรักถิ่นร่วมกันแล้วล่ะครับ
และผมจะพยายามรักษาที่นี่ไว้ให้คงอยู่ต่อไปครับ
- จบ -


ปรบมือให้แก่ความพยายาม
สามสิบสองคน..
สรุปคือปีนี้จะตรวจกันเข้มข้นเลยสินะ
ชอบที่ผอ.บอกว่า
็"จะหาเวลาให้ภูมิมาเป็นรุ่นพี่ที่ดีให้ได้ครับ"
มีรุ่นพี่หมีแบบนี้ หนูรักตายเลยแหละ(หัวเราะ)
#1 By now" & wee@cs* on 2009-03-10 21:06