ก่อนจะคุยขอเน้นเรื่องสำคัญกันอีกรอบ เอาให้บ่อยจนไม่มีใครอ้างได้ว่าไม่รู้เลย

กฏเหล็กโรงเรียนลูกบาศก์ ที่ขอมาเน้นอีกรอบให้ชัดๆ

1. ห้าม เอาข้อมูลตัวละคร ทั้งภาพและบทความ ของที่นี่และบล็อกคนที่เข้าร่วมโครงการทุกคน ไปเผยแพร่ ทำซ้ำ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต (อันนี้เป็นมาตรฐานเรื่องลิขสิทธิ์ที่พึงจะทำอยู่แล้ว)

2. ห้าม โพสทุกสิ่งที่เกี่ยวกับโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ใช่ตัวละครของเราเอง ต้องโพสในพื้นที่ EXTEEN เท่านั้น (โดยยกเว้นให้สำหรับเ็ว็บต่างประเทศ แต่ควรบอกผม และต้องมีการเครดิตชื่อโครงการเสมอ) (ทางที่ดีคืออย่าอัพนอก exteen หากยังไม่ได้ขอ)

3. ห้าม โปรโมทโครงการโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด อนุญาตให้บอกต่อกันเองเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมจำนวนคนที่จะมาสมัคร ให้เป็นคนที่สนใจตัวโครงการอย่างแท้จริงเท่านั้น

 

เอนทรี่สำคัญสำหรับคนที่สนใจจะสมัครปีนี้

ร.ร.ล.บ.2551/37 แนะเบื้องต้นสำหรับคนสอบเข้า

มาคุยกันก่อนเตรียมตัวสอบเข้า (ไม่ใช่เอนทรี่รับสมัคร) 

____________________________________________________

 

 

คุยก่อนอ่าน

เอนทรี่นี้อาจมีประเด็นอ่อนไหว ขอให้อ่านอย่างมีสติ

คราวนี้ผมคงไม่สามารถอธิบายได้ในทุกอย่างที่ผมคิด

ผมจะระมัดระวังการเขียนให้มากที่สุด

โดยที่ยังสามารถสื่อในสิื่งที่ผมต้องการจะบอกครับ

 

 

สรุปผลโรงเรียน ประจำปี 2551

 

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผมขอซอยตอนอีกนะครับ เพราะรายละเอียดมันเยอะ

 

ตอนที่ 1

ช่วงที่ 1 - การก่อตั้งโรงเรียน

ช่วงที่ 2 - การขยายตัวของโรงเรียน

 

ตอนที่ 2

ช่วงที่ 3 - การพัฒนาระบบโรงเรียน

 

ตอนที่ 3 (ตอนนี้)

ช่วงที่ 4 - สภาพสังคมในโรงเรียน

 

 

______________________________________________________________

 

ตอนที่ 3

 

ช่วงที่ 4 - สภาพสังคมในโรงเรียน

 

16. ปณิธานในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความสุข

 

ผมอยากให้สังคมที่ผมสร้างขึ้นมาอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

แม้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก เพราะยิ่งคนมากมันก็มากความ

แต่ผมก็คิดว่ามันก็เป็นไปได้ หากเรานั้นพยายามไปด้วยกัน

ผมอยากให้ที่นี่ เป็นสังคมที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างแท้จริงครับ

 

 

ผมคิดว่าทักษะในการเข้าสังคม เป็นสิ่งที่น่าจะฝึกฝนกันได้ถ้าเปิดใจ

ถ้าคุณพร้อมที่จะเริ่มเข้าหาคนอื่นด้วยดี ผมก็ยินดีที่จะรับคุณเข้ามา

มันอาจจะยังไม่ลื่นไหลบ้างในระหว่างการพัฒนา

แต่เราก็จะพยายามที่จะไปด้วยกันครับ

 

____________________________________________________________  

 

17. การรักษาวัฒนธรรมของโรงเรียน

 

โครงการนี้เริ่มต้นโดยผม ดำเนินการโดยผม และควบคุมแนวทางทุกอย่างโดยผม

ในช่วงแรกนั้น ผมตั้งใจว่าผมจะต้องวางรากฐานให้มั่นคงที่สุด

เพราะหากไม่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมที่มีคนนำอย่างชัดเจน

เมื่อมีการผลัดรุ่นเข้ามาใหม่ สิ่งที่เราได้วางรากฐานไว้ก็จะหายไปหมดสิ้น

 

หลายคนอาจบอกว่ามันเป็นธรรมชาติที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีกลุ่มคนใหม่เข้ามา

แต่ผมอยากให้หันไปดูเมืองหลายเมืองในโลกใบนี้

ที่สามารถอนุรักษ์จารีตประเพณีไว้ได้ ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์

และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า มันไม่ใช่การปิดประตูเมืองเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาอีก

เพราะหากเพียงทำแค่เท่านั้น เมื่อใดที่กำแพงพังทลาย ทุกอย่างก็จะพังครืนตามไปด้วย

 

การพัฒนาแนวทางสังคมที่ยั่งยืน คือการปลูกฝังในระดับบุคคล และถ่ายทอดจากรุ่นสู่อีกรุ่น

โดยจะต้องเป็นในลักษณะของคนที่อยู่ก่อน ถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง

ในขณะเดียวกัน คนรุ่นหลังก็จะเป็นคนนำสิ่งใหม่ๆมาให้พิจารณา เพื่อนำมาเลือกใช้พัฒนา

 

ผมยอมให้มีคนบอกว่าเป็นเผด็จการ ถ้าแลกกับการที่แนวคิดหลักของผมยังคงอยู่ในโรงเรียนนี้

อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้เรียนรู้ว่าการปิดกั้นทุกอย่างนั้นก็ไม่ส่งผลดีต่อตัวเอง

ผมจึงได้เปิดเสรีในบางส่วน เพื่อให้แต่ละคนได้แสดงความเป็นตัวเอง ในขอบข่ายที่เหมาะสม

ในขณะเดียวกันผมก็ยังสามารถรักษาขนบเดิมได้ รวมทั้งเรียนรู้อะไรใหม่ๆเพื่อนำมาปรับใช้

ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เติบโตไปพร้อมกับสังคมรอบด้านได้อย่างมั่นคง

 

เมื่อเวลาผ่านไป โรงเรียนนี้อาจจะดูคร่ำครึไปบ้าง

และผมก็คงยังอยู่เป็นคนคุมรูปแบบโครงการต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีการเปลี่ยนมือ

แต่ผมจะพยายามให้เป็นสังคมอินเตอร์เน็ตที่เข้มแข็งและมั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งแน่นอน

 

____________________________________________________________ 

 

18. โอกาสในการสร้างสายสัมพันธ์ในอินเทอร์เน็ต

 

ผมว่าที่นี่ทำให้คนหลายคนได้มาทำกิจกรรมร่วมกันได้นานอย่างที่ไม่ค่อยจะมีให้เห็น

มันไม่ใช่แค่การร่วมมือกันเป็นครั้งคราว เพราะนี่คือดารที่เราจะเติบโตไปด้วยกัน

สายสัมพันธ์นั้นมีตั้งแต่เรากับตัวละครที่เราสร้างขึ้นมา

ต่อมาก็เป็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ที่เราเอามาเชื่อมโยงกัน

และัในที่สุด มันก็เกิดสายสัมพันธ์ระหว่างคนเล่นด้วยกัน

 

ที่นี่เป็นสังคมที่ใช้รูปแบบเหมือนเรามีอีกตัวตนหนึ่งที่อยู่ในโรงเรียน

ผมว่ามันทำให้เรามีโอกาสในการเปิดใจทำความรู้จักกันได้ง่ายขึ้น

จากที่ก่อนหน้านี้เราอาจจะต่างคนต่างอัพบล็อก และอย่างมากก็แค่ตอบบล็อก

แต่ผมคิดว่ากิจกรรมที่เราทำอยู่ตอนนี้ ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

ผมนึกภาพไม่ออกเลย ว่าถ้าผมไม่ได้ตั้งโรงเรียนลูกบาศก์ ผมในตอนนี้จะเป็นเช่นไร

 

ผมได้เห็นการพัฒนาของสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นมากมาย

จนผมไม่เสียดายเลย ที่ผมเสียเวลาส่วนตัวเกือบทั้งหมดมาลงในที่แห่งนี้ครับ

 

____________________________________________________________ 

 

19. ห้องแชท

ที่พัฒนาความสัมพันธ์ หรือตัวกีดกั้นทางสังคม

 

ประเด็นนี้ผมเคยพูดไว้เมื่อนานมาแล้วอย่างเป็นการส่วนตัว

ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมก็ขอคุยไว้เป็นการเตือนใจล่วงหน้าสักหน่อย

ถ้ามันยังไม่เกิดขึ้นก็ไม่ต้องร้อนตัวครับ ผมคิดว่าตอนนี้เรายังไม่มีปัญหามากหรอก

 

เรื่องมีอยู่ว่า การก่อตั้งห้องแชทเป็นสมาคมผู้ปกครองนั้น

ทำให้สมาชิกหลายคนได้มีที่ทางในการคุยมากขึ้น

เป็นความสนุกสนานที่เราจะได้คุยด้วยกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ำไม่ใช่ทำกันได้ง่ายๆ

แถมยังมีกระดานวาดรูปให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และการกระชับมิตรด้วยการวาดรูปด้วยกัน

 

ในขณะเดียวกัน ผมเองก็อยากให้ที่นี่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าโทษ

ผมไม่อยากให้เกิดความรู้สึกที่ว่า ... ต้องเข้าห้องแชทถึงจะเป็นเพื่อนกันได้

ผมไม่อยากให้มีการใช้ห้องแชทในการนินทาคนที่อยู่นอกห้องแชท

ผมไม่อยากให้ห้องแชทเป็นที่บ่มเพาะความคิดในการดูแคลนคนใหม่

ผมไม่อยากให้่ห้องแชทเป็นบ่อเกิดของความแตกแยก

 

ผมคิดว่ามันยังไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

และผมหวังว่าจะไม่มีการเกิดสิ่งที่ผมบอกในอนาคตครับ

 

____________________________________________________________ 

 

20. คนมาก มากความ แล้วมากปัญหา?

 

เป็นความจริงที่ว่า ยิ่งมีคนมาก มันก็ยิ่งมีเรื่องมากขึ้น

เพราะต่างคนต่างความคิด ยิ่งมากขึ้น ความคิดก็ยิ่งต่างมากขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่คิดว่านี่จะเป็นเหตุผลที่เราจะไม่รับใครเพิ่มขึ้นมาอีก

เพราะถ้าผมตั้งใจจะปิดกั้นจริงๆ นักเรียนคงจะมีแค่ 33 คน และไม่มีครูครับ

 

ผมคิดว่าสังคมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ไม่ใช่สังคมที่ปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างจากภายนอก

แต่ต้องเป็นสังคมที่สามารถปรับตัวกับสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาได้เช่นกัน

และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกทักษะการเข้าสังคมเป็นอย่างดีเลยล่ะ

เพราะมันจะทำให้เรารู้จักปรับตัวกับคนได้หลากหลายรูปแบบ

ในขณะเดียวกัน ความมากนี้ก็ยังช่วยสร้างความหลากหลายให้กับโรงเรียน

อย่าลืมว่า โรงเรียนเรามีเสน่ห์ได้ขนาดนี้เพราะความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันได้ครับ

 

ในเร็วๆนี้ โรงเรียนจะพบกับความท้าทายที่สำคัญ

นั่นคือการรับนักเรียนใหม่ ที่มีทำให้สมาชิกของโรงเรียนมีจำนวนมากถึง 100 คน

ผมเองก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง กับการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่นี้

แต่ผมมั่นใจว่า เราน่าจะผ่านพ้นไปด้วยดีนะครับ

เพราะทั้งคนใหม่และคนเก่า ต่างก็มีใจรักความเป็นโรงเรียนนี้เช่นกัน

มันอาจจะมีปัญหาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้

แต่ถ้าเราร่วมใจกัน ความมากของคนก็สามารถเป็นพลังได้ครับ

 

____________________________________________________________ 

 

21. มีปัญหาอะไรก็ขอให้บอก

 

ผมได้เขียนไว้หมดแล้วในเอนทรี่หนึ่ง ไปดูเอาเองได้ตามนี้ครับ

ร.ร.ล.บ. 2551/39 มีปัญหาอะไรก็ขอให้บอก

โดยสรุปก็เหมือนกับหัวข้อแหละครับ มีอะไรในใจอย่าเก็บไว้

มาบอกผมดีๆเสียแต่แรก ผมจะได้ทำอะไรได้ครับ

อย่าเกรงใจว่าผมไม่ว่าง ขอให้ทิ้งข้อความไว้ แล้วพอมีเวลาผมก็จะมาอ่านเอง

เพราะเรื่องบางเรื่อง หากบอกช้าไปมันก็สายไปนะ

ขอให้ไว้ใจในความเป็นกลางของผม และผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ

 

____________________________________________________________

 

 

บทส่งท้ายสำหรับตอนที่ 3

 

ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่ เพราะในภาพรวมของปีนี้ เราก็ยังไม่ค่อยมีปัญหานัก

อาจจะมีอยู่บ้างในบางเรื่อง ซึ่งผมก็ได้ชี้แจงกันมาตลอดอยู่แล้ว

อีกทั้งการสรุปในสองตอนแรกน่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาได้บ้างล่ะ

เรื่องสังคมตอนนี้ผมไม่ค่อยห่วง เพียงแค่ยังต้องระแวดระวังสิ่งที่อาจเกิืดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ขอให้เพื่อนๆ อยู่กันอย่างสบายใจ อยู่กันอย่างเป็นมิตรเหมือนที่เคยเป็น

แค่นี้โรงเรียนเราก็น่าจะน่าอยู่ไปนานแสนนานเลยครับ

 

สำหรับตอนหน้าจะเป็นการสรุปภาพรวม เก็บตก และว่ากันด้วยแนวทางของอนาคต

ดังนั้นใครที่อยากให้ผมพูดอะไรเพิ่มก็สามารถบอกไว้ได้เลยนะ

และก็ใกล้ถึงเวลารับสมาชิกใหม่กันแล้ว ขอให้เตรียมพร้อมกันทุกฝ่ายครับ

 

แล้วเราจะเดินหน้าไปด้วยกันต่อไป

 

ตอนถัดไป (เดี๋ยวจะอัพลิงค์ให้ถ้าเขียนเสร็จ)

ตอนที่ 4

ช่วงที่ 5 - บทสรุปและความคาดหวังในอนาคต

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรื่องห้องแชทนี่ เคยไปเหยียบย่างเยี่ยมเยือนกะเค้ามามากเหมือนกัน

ส่วนหนึ่งผมว่ามันช่วยไ%B

#1 By Zairen_Bibliophobia on 2009-03-07 21:31

เรื่องห้องแชทนี่ เคยไปเหยียบย่างเยี่ยมเยือนกะเค้ามามากเหมือนกัน

ส่วนหนึ่งผมว่ามันช่วยไม่ได้อะครับ ที่เมมเบอร์ในห้องแชทจะรู้สึกสนิทกันมากกว่าคนที่ไม่มีโอกาสได้เข้า

แต่ผมว่านี่ไม่น่าจะเป็นกำแพงขวางความรู้สึกในระยะยาวได้นะฮะ

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่อง long term effect
องค์กรเรามันค่อยๆใหญ่ขึ้น

ผมกลัวว่า รุ่นหลังๆ เราจะไม่แนบชิดกันเท่ารุ่นบุกเบิกอะครับ
รู้สึกเหมือนกะลังมองผิวน้ำ
แล้วมัีนมี ripple ออกไปจากหยดน้ำ

กลัวว่าพอคนเราเยอะมากๆแล้ว มันจะค่อยๆแผ่วลง คนจะเขียนและอ้างอิงตัวละครกันแค่เป็นกลุ่มๆ หย่อมๆ

สุดท้าย ก็ค่อยๆร้างไป
เหมือนพวก diary การ์ตูน ที่เห็นๆกัน

จุดนี้ ทุกคนคงหวังพึ่งการบริหารของ ผอ. นะครับ

อนึ่ง ไม่ได้มากดดันพี่ค่อนนะเออ แต่กะลังแสดงความคาดหวัง
อสอง ยินดีด้วยธีสิส (เอนทรีที่บล๊อกพี่ ผมเมนท์ไม่ได้สักทีอะครับ)
อสาม GAT โคตรยาก

#2 By Zairen_Bibliophobia on 2009-03-07 21:32

#2 ในเรื่องการเล่นเป็นแค่บางกลุ่มนั้น ผมมีวิธีแก้ไขรองรับไว้แล้วล่ะครับ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าคนที่อยู่ในโครงการจะทำไหมเท่านั้นเอง

ถึงไม่กดดัน พี่ก็กดดันตัวเองแหละ ถึงไงก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ซึ่งก็ต้องอาศัยเพื่อนๆที่เล่นด้วย ว่าจะเล่นตามผมบ้างไหมsurprised smile

#3 By โคค่อน on 2009-03-07 21:56

ว่าแต่ทำไมเม้นต์บล็อกพี่ไม่ได้หว่า แปลกจังsad smile

#4 By โคค่อน on 2009-03-07 22:04

อนึ่งตอบ ไม่ได้เป็นเฉพาะที่บล๊อกพี่หรอกฮะ

เราเตอร์บ้านผมมันเป็นซะยังงี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
อย่าง comment ที่หนึ่ง ที่ขาดครึ่ง ก็งั้นแหละครับ

เพราะฉะนั้น จะอัพบล๊อกยาวๆนี่ เป็นไปไม่ได้เลยอะ sad smile

#5 By Zairen_Bibliophobia on 2009-03-07 22:18

ห้องแชทมันก็เป็นแี่ค่สื่อกลางอย่างหนึ่ง

จะมีปัญหาหรือไม่มันไม่เกี่ยวกับวิธีส่งข้อมูลหรอก
มันอยู่ที่ัตัวคนมากกว่า
เรื่องนินทาเนี่ย ไม่ต้องห้องแชทก็ทำได้

ถ้าไม่มีสิ...
ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไหม

#6 By Kyril on 2009-03-07 23:45

กลัวที่สุด คือช่องว่างระหว่าง รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่
คนใหม่กับคนใหม่ คนเก่ากับคนเก่า

มันอยู่ที่ว่าจะเปิดใจหรือเปล่า รุ่นเก่าเปิดใจรับรุ่นใหม่หรือยัง
รุ่นใหม่กล้าที่จะทำความรู้จักกับรุ่นเก่าไหม
พวกรุ่นใหม่พร้อมที่จะรู้จักกันเองหรือยัง
หรือว่ามั่วแต่เกรงกันอยู่

แล้วคนรุ่นเก่าละรู้จักกันเอง ดีหรือยัง

แล้วจะมีกิจกรรมอะไรที่จะทำให้ทั้งสองรุ่น สนิทกันได้นะ
อยากให้มี

ยังไงก็พร้อมเสมอที่จะเป็นเพื่อนกัน
ความคิดเห็นส่วนตัว คือตอนนี้เหมือนทุกคนดูเกรงใจกัน
หรือกลัวอะไรก็ไม่ทราบ
(หรืออาจเป็นนิสัยส่วนตัวของแต่ละคน ก็ไม่รู้)
หรือข้าพเจ้าอาจจะคิดไปเอง
ช่วงแรก ข้าพเจ้าเกรงและกลัวมากๆ ไม่กล้าคุย
ไม่กล้าถามไม่กล้าออกความคิด ตัวหลีบไปหมด
เพราะความกลัว
(นั้นสินะกลัวทำไหม สงสัยกลัวโดนเกลียด)

ตอนนี้ข้าพเจ้าคิดใหม่ ทำใหม่คือ ต้องพูดต้องคุย
จะได้ไม่สงสัยอยู่คนเดียว จะสื่อสารจะได้มีเพื่อน
จะได้มั่นใจ

ความในใจคือ
อยากรู้จักคนเก่าๆให้มากกว่านี้
อยากรู้จักคนใหม่ให้มากกว่านี้

ทุกวันนี้ก็พยายามอยู่ รู้สึกว่าบางคนก็เข้าถึงได้ยากนัก
บางคนก็อยากเข้าหาแต่ก็ยังไม่รู้จะทำยังไง?
หรือบางคนเขาหาแล้ว แล้วเราจะทำยังไงต่อไปนะ?

มีหลายคนที่อยากเข้าหา แต่ก็ยังเข้าไม่ถึง

ก็จะพยายามต่อไปในแบบของตัวเองก็แล้วกัน
เพราะปกติก็เป็นคนคิดมากอยู่แล้ว
ชอบคิดว่าเพื่อนไม่รัก ๕๕๕
(แล้วเพื่อนทำให้คิดแบบนั้นหรือเปล่านะ

แต่ยังไงก็ตาม ผอ. ก็สำคัญที่สุด(ผอ.บอก ๕๕๕)
ดังนั้นก็เชื่อตามที่ ผอ. บอก ๕๕๕
รับทราบค่ะ

ผอ. ก็คงเตือนเอาไว้ก่อน
ล้อมก่อน ที่จะต้องมาล้อมที่หลัง
เข้าใจผอ. ค่ะbig smile

#7 By elites on 2009-03-08 00:38

อ่านรวบตั้งแต่ตอนที่2 ถึงตอนที่3



จะมีคนในโรงเรียนเป็น 100 แล้ว
ขอให้มันเป็นมากคนมากพลังเถอะbig smile

รอคอยสมาชิกใหม่

ตื่นเต้นๆ



กรณีที่พ่อกิ๊ฟยกตัวอย่างมา
กิจกรรมที่รองรับก็พวกกีฬาสี การบ้านปลูกถั่วอย่างนี้ไง

มีพื้นที่ให้เล่นกับกลุ่มอื่นแล้ว
เหลือแต่เราจะเล่นไหมsurprised smile

จะว่าไปเสียดายที่ช่วงก่อนหน้าเล่นไม่เยอะเท่าไหร่
ปรับปรุงใหม่ฮะ
question

#8 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-03-08 00:47

อ่าน #7 แล้วแอบปลื้มผปค.ครูเอก cry
Positive Thinking จริงๆ

เพราะปกติก็เป็นคนคิดมากอยู่แล้ว
ชอบคิดว่าเพื่อนไม่รัก ๕๕๕


อันนี้ก็เป็นเหมือนกันเลยครับ
ชอบคิดว่าตัวเองไปทำอะไรผิดไว้โดยไม่รู้ตัว
แล้วเพื่อนๆก็แอบนินทาเราลับหลัง
ทำเอาจิตตกอยู่บ่อยๆ

เวลามีคนพูดด่ากราด (เช่น หัวหน้าที่ทำงานบ่นเรื่องการมาทำงานสาย) หรืออะไรตักเตือนทั่วๆไป (เช่น entry เกี่ยวกับการสมัครตัวละครใหม่ของทั้งผอ. ครีริล คุณสึ และอื่นๆ) มักจะคิดไว้ก่อนเลยว่าเราผิดรึเปล่า เราเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เค้าต้องพูดอย่างนั้น (หรือเขียน entry อย่างนั้น) รึเปล่า

แล้วก็จิตตก ทั้งๆที่ที่จริงมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเราเลย (รึเปล่า?) แต่คิดไปแล้วว่าเราผิด


(แต่ก็แปลก อย่างตอนส่ง EMS ไปหาคุณแม่แมนขอยืมรูปแล้วตอนนั้นเค้าก็มี entry อิมแพคขึ้นมาพอดี กลับไม่คิดว่าตัวเองอาจจะเกี่ยว ...ไม่รู้ทำไม = w = ซึ่งตอนนั้นไม่ไม่เกี่ยวจริงๆก็โชคดีไป)



คงต้องเลิกกลัว
แล้วก็หัดเข้าหาคนอื่นบ้างสินะครับ



ปล. ห้อง chat เคยเข้าไปทีนึง แต่ไม่ได้ใส่ชื่อพิมพ์คุย ซักพักก็โดนเด้งออกมาเลย
# 6
ผมก็ทราบดีอยู่แล้วครับว่านี่เป็นปัญหาเรื่องของบุคคล ไม่ใช่สถานที่ อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ ตรงนั้นเป็นที่ซึ่งเสี่ยงต่อพฤติกรรมดังกล่าวมากที่สุดแล้ว ผมจึงต้องบอกไว้เพื่อดักทางไม่ให้เกิดขึ้นก่อน

เพราะจากประสบการณ์ตรงผมก็รู้ว่าอะไรคือจุดเริ่มของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น คนที่พึ่งเล่นอาจจะยังไม่รู้ว่าเรื่องเล็กๆบางเรื่องมันก็บานปลายได้ไม่รู้ตัวเช่นกัน (ซึ่งโชคดีที่โรงเรียนเราถือว่าคุยกันรู้เรื่อง ไม่งั้นไอ้ที่ผ่านๆมาโรงเรียนพังไปแล้ว)

ของทุกอย่างมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียแหละ อยู่ที่ว่าใครจะใช้อย่างไรมากกว่า


# 7
มันเป็นความท้าทายสำคัญเลยล่ะครับ
และสิ่งที่สำคัญคือการเปิดใจให้กว้าง
กับความหลากหลายที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ผมซึ่งควบคุมแนวทางโรงเรียนนี้อยู่
มีแนวคิดในเรื่องของ"ความค่อยเป็นค่อยไป"
อะไรหลายอย่างมันก็ไม่ใช่ว่าจะต้องให้ได้ในทันที
การตีซี้มากไปตั้งแต่แรกอาจจะมองเป็นเรื่องการรุกล้ำทางความรู้สึกของบางคน (เชื่อเถอะ มีแน่ แต่ไม่รู้ตัว)

ระยะห่างในตอนเริ่มต้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ
นั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่จัดให้มีมีตติ้งตั้งแต่แรก
ผมอยากให้จุดเริ่มของการเล่นคือการเปิดกว้างก่อน
และเมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว การคุยในระดับส่วนตัวก็จะทำให้เล่นได้่ง่ายขึ้นเยอะ กว้างขวาง และเปิดโอกาสในการทำความรู้จักมากกว่าแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่ร้อยคนจะสนิทกันทุกคน การเป็นกลุ่มย่อยเป็นธรรมชาติของสังคมอยู่แล้ว ถึงยังไงผมก็อยากให้ในทุกกลุ่มย่อยนั้น เมื่อรวมกันแล้วก็สามารถเป็นโรงเรียนหนึ่งเดียวได้ด้วย

ที่จริงผมเองก็เป็นคนคิดมากเหมือนกันนะ
แต่ผมก็ได้เรียนรู้ว่า บางทีการคร่ำครวญว่าเราเป็นคนคิดมากตลอดเวลามันก็ดูบั่นทอนความหนักแน่นของตัวเองโดยใช่เหตุ ดังนั้นสิ่งที่อยากแนะนำคือ เราพยายามในส่วนตัวเองให้ดีที่สุดอย่างเหมาะสมก่อน แล้วอีกฝ่ายจะตอบสนองยังไงก็ว่ากันอีกที


#8
นั่นแหละครับ ผมได้เตรียมอะไรรองรับไว้เยอะแล้ว
มันอยู่ที่จะเล่นไหมมากกว่า
ผมเองก็ไม่อยากบังคัยหรอก เพราะในฐานะคนที่ทำงานทางนี้มาแล้ว ก็รู้ว่าบังคับไปก็ไม่ได้ช่วยให้โรงเรียนนี้ดีขึ้นเท่าไหร่

#9

ความรู้สึกผิด ผมเองก็เป็นประจำ
แต่เดี๋ยวนี้ก็จะพยายามบ่นในที่สาธารณะให้น้อยลง
เพราะบางครั้งพูดไปเดี๋ยวคนก็คิดว่าเป็นการแก้ตัวอีก
คือเรื่องของเรื่อง ถ้าคนจะมองในแง่ร้ายกับเรา เค้าก็ไม่เห็นความดีของเราแหละมั้ง เราจะไปแคร์ทำไม เราทำของเราให้ดีที่สุดไปเถอะ แล้วแคร์กับคนที่สมควรแคร์ดีกว่า

แต่ในโรงเรียนนี้ขอให้ทุกคนเป็นคนที่สมควรแคร์แล้วกัน เพราะเรายังต้องอยู่อีกนานมาก

ก็ต้องเลิกกลัวแหละครับ เริ่มต้นในการคบหาไปเถอะ
คนเรามันก็ต้องมีความต่างบ้าง คุยยากบ้างบางคน แต่อย่างน้อยผมก็อยากให้ที่นี่เป็นที่ซึ่งฝึกในการปรับเข้าหาระหว่างกันนะ



มาถึงจุดนี้
ถ้าใครคิดว่าจะสมัครโรงเรียนนี้แล้วอยู่คนเดียวเนี่ย
ไปเก็บตัวทำงานส่วนตัวน่าจะดีกว่าเนอะsurprised smile

#10 By โคค่อน on 2009-03-08 08:03

อืม
ถ้าเห็นว่ามันสมควรแก่เวลาเสียที ก็ดีแล้วล่ะ
จะได้ไม่เป็นอย่างที่กังวล

#11 By Kyril on 2009-03-08 23:09

ประเด็นการเข้าสังคมนี่ เป็นประเด็นหลักเลยที่ทำให้อยากเข้าร่วมกิจกรรม
เพราะตัวเองเป็นคนหาเพื่อนยาก เข้าหาใครไม่เป็น รู้ตัวอีกทีก็โดนเขาเกลียดกันเกือบทั้งห้อง 55
ถ้าเข้าหาผ่านตัวละครนี่ทำได้อยู่นะ แต่ถ้าเข้าห้องแชท (ถ้าได้ร่วมกิจกรรมน่ะนะ - -")นี่ก็คงไม่กล้าเท่าไหร่
มาเราก็มาคนเดียว ไม่มีคนรู้จักมาก่อนด้วย อ่า เห็นเขาคุยกันยิ่งรู้สึกเราเป็นคนนอก

แต่ถ้าไม่ทำความรู้จักก็ไม่รู้จัก จะพยายามลดความเกร็งลงนะคะ
นี่ก็ตามอ่านบล็อกสมาชิกเก่าบ้าง แต่ไม่กล้าเมนท์สักที รู้สึกเป็นข้อเสียของตัวเองจริงๆเลยนะนี่ ขนาดเมนท์ยังไม่กล้า เอ้อ - - ;;

#12 By charoite on 2009-03-09 17:11

#12 ค่อยๆฝึกเม้นต์ตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีนะครับ

คำแนะนำก็คือ ในตอนแรกนั้นพยายามรักษาระยะห่างไว้อย่างสุภาพก่อน และระวังคำพูดในระดับเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่มากไม่น้อยไป

แล้วพอถึงเวลาที่มันเริ่มเข้ากันได้ ทุกอย่างจะค่อยๆตามมาเองครับ

สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องสำนึกไว้เสมอว่า การที่เราอยากจะให้คนอื่นรู้สึกดีกับเรา เราก็ต้องเป็นฝ่ายทำตัวให้เขารู้สึกดีก่อนนั่นเองbig smile

#13 By โคค่อน on 2009-03-09 21:51

^ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
ตอนนี้เริ่มกล้าแล้วค่ะ confused smile

#14 By charoite on 2009-03-30 17:19