ก่อนจะคุยขอเน้นเรื่องสำคัญกันอีกรอบ เอาให้บ่อยจนไม่มีใครอ้างได้ว่าไม่รู้เลย

กฏเหล็กโรงเรียนลูกบาศก์ ที่ขอมาเน้นอีกรอบให้ชัดๆ

1. ห้าม เอาข้อมูลตัวละคร ทั้งภาพและบทความ ของที่นี่และบล็อกคนที่เข้าร่วมโครงการทุกคน ไปเผยแพร่ ทำซ้ำ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต (อันนี้เป็นมาตรฐานเรื่องลิขสิทธิ์ที่พึงจะทำอยู่แล้ว)

2. ห้าม โพสทุกสิ่งที่เกี่ยวกับโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ใช่ตัวละครของเราเอง ต้องโพสในพื้นที่ EXTEEN เท่านั้น (โดยยกเว้นให้สำหรับเ็ว็บต่างประเทศ แต่ควรบอกผม และต้องมีการเครดิตชื่อโครงการเสมอ) (ทางที่ดีคืออย่าอัพนอก exteen หากยังไม่ได้ขอ)

3. ห้าม โปรโมทโครงการโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด อนุญาตให้บอกต่อกันเองเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมจำนวนคนที่จะมาสมัคร ให้เป็นคนที่สนใจตัวโครงการอย่างแท้จริงเท่านั้น

 

เอนทรี่สำคัญสำหรับคนที่สนใจจะสมัครปีนี้

ร.ร.ล.บ.2551/37 แนะเบื้องต้นสำหรับคนสอบเข้า

มาคุยกันก่อนเตรียมตัวสอบเข้า (ไม่ใช่เอนทรี่รับสมัคร) 

____________________________________________________

 

 

คุยก่อนอ่าน

ข้อมูลเหล่านี้อาจจะน่าเบื่อ แต่ผมขอเขียนไว้เพื่อเตือนใจตัวเองในอนาคต

เป็นการสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนพร้อมบทวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่มาต่างๆ

และเราจะได้รู้ว่า ทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไป และผมไม่ได้ปล่อยปละละเลยแม้ว่าจะไม่พูด

อย่างไรก็ตาม ถ้าพบว่าผมตกหล่นตรงไหนก็บอกกันได้นะครับ

 

 

 

สรุปผลโรงเรียน ประจำปี 2551

 

Outline

ผมขอแบ่งเป็นสองตอนเพื่อให้ไม่ทะลักข้อมูลมากเกินไป(แต่ก็ยังเยอะแหละ) ดังนี้

 

ตอนที่ 1 (ตอนนี้)

ช่วงที่ 1 - การก่อตั้งโรงเรียน

ช่วงที่ 2 - การขยายตัวของโรงเรียน

 

ตอนที่ 2

ช่วงที่ 3 - การพัฒนาระบบโรงเรียน

ช่วงที่ 4 - สภาพสังคมในโรงเรียน

ช่วงที่ 5 - บทสรุปและความคาดหวังในอนาคต

 

______________________________________________________________

 

ตอนที่ 1

 

ช่วงที่ 1 - การก่อตั้งโรงเรียน

 

1. จากจุดเริ่มเล็ก ๆ ของ "ห้องเรียนจำลอง"

 

เพื่อน ๆ รู้ไหมครับ ว่าก่อนที่จะมาเป็นโรงเรียนที่มีมิติชัดเจนแบบนี้

มันเริ่มมาจากแค่ว่าผมอยากลองหาอะไรทำเพื่อฝึกฝีมือตัวเองในการวาดภาพตัวละครที่หลากหลาย

ใครอยากทบทวนจุดเริ่มของโรงเรียน ดูได้จาก

โปรเจค"ห้องเรียนจำลอง" ที่พวกเราจะมีส่วนร่วมด้วยกัน

ซึ่งตรงนี้ทำให้วันเกิดของโรงเรียนอย่างเป็นทางการคือ 5 เมษายน ครับ 

 

ขอสารภาพเลยว่าในตอนแรกสุดนั้น ผมไม่ได้คาดคิดว่าโรงเรียนนี้จะมีคนเล่นเยอะขนาดนี้

แถมคิดว่าจะมีคนส่งมาถึงสิบคนไหมไม่รู้ ผมถึงกับจะให้แต่ละคนมีการส่งตัวละครมากกว่าหนึ่งคนได้

แต่พอเริ่มเปิดสมัครอย่างไม่มีการโปรโมทอย่างโจ่งแจ้ง

จากที่เริ่มค่อยๆกันมาโดยคนสนิท อยู่ๆก็พรวดกันมาจนผมต้องรีบปิดรับสมัครเบื้องต้น

ตอนแรกคิดว่าจะคุมจำนวนนักเรียนให้อยู่แค่สามสิบคน แล้วจะรับนักเรียนให้เป็นห้อง 4/2

แต่เห็นคนใหม่ก็อยากอยู่ร่วมกับคนเก่า ก็เลยเปลี่ยนจากห้องละ 30 สองห้องเป็นห้องเดียว 48 คน

และัก็ได้มีการใช้ระบบการส่งค่าสมัครเพื่อชะลอการสมัครเป็นครั้งแรก

 

____________________________________________________________

 

2. ระบบ"ค่าสมัคร"ครั้งแรก (ตอนรับสมัครนักเรียนรอบสอง)

ชะลอการส่งได้เพียงเล็กน้อย และไม่ได้ช่วยกรองคุณภาพงานเท่าไหร่

 

ก่อนอื่นต้องบอกว่า โรงเรียนนี้เริ่มจากศูนย์จริง ๆ และมีผมเป็นคนคิดระบบเพียงคนเดียว

ดังนั้นผมก็เลยต้องลองผิดลองถูกในการทดลองระบบต่าง ๆ และอาศัยสิ่งที่เกิดขึ้นมาประมวลผล

 

สำหรับการใช้ระบบค่าสมัครคราวนั้น ผมทำแบบนี้ เปิดรับสมัครรอบสุดท้าย(ของนักเรียนปี 2551)

ซึ่งให้สร้างสถานการณ์ว่ามีการไปวางของสิ่งหนึ่งที่หน้าโรงเรียนแล้วสังเกตพฤติกรรมเด็ก

เพื่อหวังว่าจะให้คนมาใหม่ได้พยายามศึกษาตัวละครของคนอื่น นอกเหนือจากการสร้างของตัวเอง

และนั่นเป็นจุดเริ่มของแนวคิดหลักของโรงเรียนที่ว่า ก่อนจะให้เขาอ่านของเรา เราต้องอ่านก่อน

 

แต่สิ่งที่ผิดพลาดขึ้นในคราวนั้นคือ

"เพียงแค่ส่งมาครบก็ผ่านแล้ว"

นั่นทำให้ส่งกันมาเร็วมาก และของบางคนก็เขียนมาแบบเรียบๆ ไม่ค่อยลึกซึ้งเท่าที่ควร

จนไม่รู้ว่าจะมีคนที่ไม่ผ่านเพราะใช้เวลาตั้งใจค้นคว้าข้อมูลหรือไม่

ซึ่งถ้ามีใครเป็นแบบนั้นแล้วอ่านมาถึงตอนนี้ก็ต้องขอโทษด้วยครับ

ส่วนคนเก่าที่รู้สึกว่าผ่านมาแบบที่เขียนไม่ดีนัก ก็อย่าพึ่งคิดว่าผมตำหนินะ

เพราะผมไม่ได้กะให้คนที่มาที่นี่ต้องเก่งอยู่แล้ว คนเรามันพัฒนากันได้

เพียงแค่ต่อไปผมคงต้องพัฒนาระบบที่ทำให้เกิดความยุติธรรมต่อคนที่ตั้งใจมากขึ้นครับ

 

____________________________________________________________

 

3. การค้นพบว่า ผมไม่จำเป็นต้องใช้ระบบแต้มสะสมเพื่อให้อยากร่วมกิจกรรม

 

คิดว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่า ผมได้เตรียมระบบแต้มสะสมสำหรับกิจกรรมโรงเรียนลูกบาศก์แห่งนี้

เพราะผมเองก็ไม่มั่นใจว่าเพื่อนๆจะส่งเรื่องราวการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่นไหม

แต่พอยังไม่ทันที่จะพูดถึงระบบนี้ ก็ได้มีคนส่ง"การบ้าน"ล่วงหน้ากันแล้ว

ทำให้ผมรู้สึกดีมากกับการเอาใจใส่กิจกรรมที่เหนือคาด จนผมได้พับเรื่องแต้มเก็บไปอย่างถาวร

และยึดมั่นแนวทางในการให้ทำตามความสมัครใจ ที่ทำให้งานมีคุณภาพมากกว่า

 

ดังนั้นหากไม่นับในส่วนของฐานข้อมูล ที่เป็นความรับผิดชอบสูงสุดที่ผมขอไว้

ส่วนอื่น ๆ ที่เหลือขอให้เขียนตามความต้องการ ไม่ต้องฝืนใจเขียนกันนะครับ

เพราะการเขียนเพียงให้ครบ มันก็มีแต่ทำให้คนอื่นเปลืองแรงอ่านมากกว่า

 

____________________________________________________________

 

4. บล็อก "โรงเรียนลูกบาศก์"

 

เมื่อพบว่าโรงเรียนนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะมากระจุกอยู่ในบล็อกของผม

ผมจึงได้ตัดสินใจย้ายไปตั้งบล็อกใหม่ขึ้นมา เพื่อไว้รวบรวมข่าวสารส่วนกลางต่อไป

ซึ่งกว่าจะได้เป็นแบบที่เห็นมาตอนนี้ ผมก็ได้คิดนอกรอบมาตลอด

ช่วงนั้นที่ผมก็ฝึกงานอยู่ และไม่ได้นอนที่บ้าน (นอนที่อื่นไม่ใช่ที่ฝึกงานนะ)

ผมเลยอาศัยการที่ไม่ได้เล่นเน็ตมาเตรียมระบบได้โดยไม่เสียสมาธิ จนได้เป็นแบบนี้

 

ที่จริงแล้วผมเคยจะทำให้โรงเรียนเป็นฐานข้อมูลของนักเรียน รวบรวมลิงค์ของนักเรียนด้วยเลย

แต่พอเริ่มทำแล้วก็รู้สึกว่าเกินกำลังอย่างรุนแรง เรื่องการที่จะวาดภาพเต็มตัวก็ตัดไปได้เลย

ดีที่ระบบบล็อกสามารถให้แต่ละคนดูแล"บ้าน"ของตัวเองได้

ผมเลยให้การรวมลิงค์ข้อมูลเป็นหน้าที่ของแต่ละคนไปเลย ซึ่งเดี๋ยวจะกล่าวละเอียดในช่วงถัดไป

 

 

____________________________________________________________

 

5. ทำไมถึงไม่เป็น"บอร์ด" แต่เป็น"บล็อก"

 

คำถามนี้เคยมีคนถามผมในช่วงแรกของการตั้งโครงการ (เดือนเมษายน)

แต่เมื่อผ่านมาจนถึงตอนนี้ เพื่อน ๆ คงได้เข้าใจเหตุผลของผมแล้วใช่ไหม

เอาเป็นว่าผมจะมาแจกแจงให้เห็นกันอีกรอบ เผื่อใครไม่สังเกต

มีดังนี้ครับ

 

5.1 เพราะว่าบล็อกนั้น แต่ละคนสามารถแต่งบ้านตัวเองได้อย่างอิสระ

ในขณะที่ระบบบอร์ดนั้นมีธีมเดียว อย่างมากก็ได้แค่โพสภาพในการเขียนกระทู้

แต่พอเป็นแบบบล็อกนั้น ต่างคนต่างก็สามารถตกแต่งธีมให้เข้ากับแต่ละคนได้อย่างอิสระ

มีอิสระในการดูแลตัวเอง เพิ่ม ลด และแก้ไขข้อมูลได้

ถึงบล็อกโรงเรียนจะจืด แต่ละคนก็ทำบ้านตัวเองได้ตามที่ตัวเองชอบนั่นเอง

 

5.2 ผมจะได้ลดภาระในการรวมลิงค์ด้วยตัวเอง

หากไม่มีระบบบล็อก คงจะมีปัญหาในเรื่องการจัดหมวดหมู่อย่างมาก

ยิ่งพอตอนนี้มีตัวละครมากถึง 70 คน และกำลังจะมีถึง 100 คนในอนาคต

ถ้าขืนใช้แค่กระทู้ในการแยกแต่ละคนเท่านั้น มึนตายเลย(ในความเห็นผม)

พอเป็นแบบบล็อกที่แถมมีระบบ page ให้ด้วย เลยทำให้เพื่อนๆช่วยรวมลิงค์กันเองได้

หรือถึงจะไม่รวมลิงค์ การที่เป็นแต่ละบล็อกมันก็ง่ายต่อการไปคุ้ยย้อนหลังอยู่แล้ว

(แค่ถ้าให้ดี การรวมเอนทรี่ซึ่งสำคัญต่อการจดจำ ก็มีประโยชน์ทั้งต่อโรงเรียนและตัวเอง) 

 

5.3 บล็อกเปรียบเสมือนบ้าน ใครดูแลบ้านดีก็ดีต่อตัวเอง

ถ้าเป็นระบบบอร์ด ปลาตายตัวเดียวก็เน่าทั้งบอร์ดได้ (อย่างที่เป็นกัน)

แต่พอมาเป็นระบบบล็อก ซึ่งแต่ละคนก็มีพื้นที่ของตัวเองในการดูแล

มันก็คือการดูแล"ชื่อ"ของตัวเองไปในตัวนั่นแหละครับ

ยิ่งใครที่มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งอินเตอร์เน็ตมานาน ก็คงไม่ทำอะไรเละเทะในบ้านตัวเอง

หรือถ้าจะมีคนที่มีปัญหาจริงๆ เราก็แค่ตัดขาดไปก็จบได้แล้ว (โชคดีที่ยังไม่มีกรณีนั้น)

นอกจากนี้ แม้ว่ายังไงสุดท้ายแล้วก็เป็นภาพรวมของโรงเรียน

แต่ความรักในบ้านเกิดน่าจะช่วยให้มีกำลังใจในการผลิตงานดี ๆ เพื่อบ้านของตัวเองด้วยครับ

 

5.4 ผมเชื่อใจสังคมของ exteen

ข้อนี้สำคัญมากครับ ผมตั้งโรงเรียนนี้มาได้จนถึงบัดนี้ เพราะมี exteen นี่แหละ

เพราะเป็นสังคมที่เอื้อต่อการคุยกันในวงกว้างขวางมากกว่าระบบเพื่อนลูกโซ่แบบบล็อกอื่น

และในช่วงนั้น จะเห็นว่าคุณภาพในภาพรวมของคนใน exteen ถือว่าสูงมากในความเห็นผม

ดังนั้นผมเลยคิดว่าผมขอเริ่มจากตรงนี้ กับคนที่ exteen และคนรู้จักของผม

ในการสร้างสังคมที่มีความแข็งแกร่งและสันติสุขจากภายใน ซึ่งหาได้ยากแล้วในตอนนี้ 

 

5.5 This is my place ที่นี่คือที่ของผม

ถ้าเป็นระบบบอร์ด ผมจะไม่รู้สึกว่าโครงการเป็นของผมอย่างชัดเจน

เพราะน้ำหนักความต่างจะมีแค่ admin กับ member 

แต่ที่นี่มันก็เกือบเป็นเว็บกลาย ๆ แล้ว โดยที่ไม่ต้องทำเว็บเอง (ขอบคุณพี่แชมป์งาม ๆ อีกรอบ)

มันสร้างความรู้สึกหนักแน่นในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ในโรงเรียนได้ดีกว่าในความเห็นของผม

ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะผมตั้งโรงเรียนนี้ด้วยปณิธานในการสร้างสังคมใหม่ตามแนวคิดผม

มันคือของผม ไม่ใช่ของใคร และจะไม่ให้ใครมาทำลายด้วย!

 

5.6 บล็อก exteen มีความมั่นคงทางข้อมูลกว่าระบบบอร์ดหลายเท่า

ผมเคยทำโครงการรวบรวมข้อมูลบางอย่างแบบอัพลิงค์ ในบอร์ดแห่งหนึ่งที่ไม่ขอเอ่ยนาม

และผมก็ไม่คิดจะทำอีกเลย หลังจากที่มีเหตุการณ์ข้อมูลในบอร์ดถูกล้างทิ้งโดยไม่มีการแจ้งเตือน

ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่มันถี่เหมือนเป็นฤดูกาล ล้างทิ้งทุกหนึ่งถึงสองปี

แล้วจะให้ผมฝากอนาคตกับที่แบบนั้นหรืออย่างไร

ถ้าเป็นฟรีบอร์ดแล้วยิ่งแล้วใหญ่ เพราะคงเหลือแต่แสปมโฆษณามากกว่า

ในขณะที่ exteen มีการสำรองข้อมูลอยู่เป็นช่วง ๆ

ซึ่งพิสูจน์ได้แล้วจากตอนวิกฤติ exteen ครั้งหนึ่ง

ที่สุดท้ายแล้วข้อมูลหายไปแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

จึงเป็นพื้นที่ซึ่งผมเชื่อใจมากที่สุดแล้วครับในตอนนี้

 

5.7 การอยู่ร่วมกับบล็อกอื่นในหมู่บ้าน exteen ทำให้ได้คนที่หลากหลายอาชีพและแนวคิด

สิ่งที่ผมตั้งใจตั้งแต่แรกในการตั้งโรงเรียนนี้นั่นคือ

ผมอยากได้เห็นความคิดของคนอื่นที่นอกเหนือจากวงการการ์ตูน

เพราะคิดว่ามันจะช่วยเติมเต็มในเรื่องความหลากหลายทางความคิด

และพัฒนาคุณภาพในการ"เขียนเรื่อง"

ซึ่งส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการ์ตูนน่าจะไปได้ไกลมากกว่านี้

ถ้ามีการทำงานร่วมกันในหลายสายอาชีพ และความคิดที่ไม่ติดความเป็นการ์ตูน

แม้ว่าสุดท้ายแล้วคนส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นการ์ตูน

แต่มันก็ดีกว่าการจำกัดตัวเองด้วยการเป็นบอร์ดการ์ตูนนั่นเอง

 

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา (ซึ่งอาจมีอีกแต่นึกไม่ออก)

ทำให้ผมมั่นใจว่าผมคิดถูกแล้วครับ

 

 

____________________________________________________________

 

6. ทำไมถึงไม่เป็น "เว็บ" ไปเลย

 

เป็นคำถามที่มาพร้อม ๆ กับข้อที่ 5 และผมก็สามารถตอบได้ในทันที ดังนี้

 

6.1 ผมทำเว็บไม่เป็น และไม่อยากให้ใครทำให้

การถ่ายทอดข่าวสารที่เกินหนึ่งทอด จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้

ดังนั้นผมคิดว่าในช่วงแรกนั้นข้อมูลต่าง ๆ ควรออกจากผมโดยตรง

ในเมื่อตอนนี้ผมทำเว็บไม่เป็น แทนที่จะเสียเวลาไปเรียนรู้ก่อน มาทำแบบสำเร็จรูปยังดีกว่า

แล้วที่สำคัญคือ ถ้ามีคนทำเว็บให้ คนทำเว็บก็จะกลายเป็นคนนำอีกคนหนึ่งของโครงการ

ซึ่งมันคงไม่ดีในระยะยาวแน่ ๆ เพราะไม่มีอิสระในการปกครอง (ผมนี่เผด็จการเนอะ)

 

6.2 ระบบของ Exteen มันก็ดีและเข้าใจง่ายอยู่แล้ว

อีกอย่างหนึ่งก็คือผมชอบระบบ EMS ของที่นี่ด้วยแหละนะ

ถึงแม้ว่ามันจะมีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนตัวอักษรก็เถอะ แต่มันก็ยังประยุกต์ใช้ได้เยอะ

อย่างเช่นเรื่องการส่งข้อความส่วนตัว การโหวตที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ

รวมทั้งการขอความคิดเห็นในรูปแบบการสอบถามเป็นการส่วนตัว ที่มีสิทธิพิเศษเป็นการตอบแทน

จึงต้องมีระบบนี้เพื่อที่ว่าคนที่ไม่สังเกตดี ๆ จะได้ไม่รู้เลยยังไงล่ะครับ

เพราะขืนให้มีคอมเม้นต์ในเอนทรี่มันก็รู้กันหมดพอดี

สิ่งเหล่่านี้ถ้าผมต้องมาคิดระบบด้วยตัวเองแล้วมีความผิดพลาดขึ้นมาก็คงจะแย่ 

 

6.3 การทำเว็บเองมีความเสี่ยง

เหตุผลคล้าย ๆ กับที่มีในข้อ 5 ผมคิดว่าอยู่ภายใต้ exteen มีความเสี่ยงน้อยกว่า

เค้าอุตส่าห์มีให้ทั้งพื้นที่ ทั้งหลักประกันความมั่นคงแล้ว ไม่ต้องลุ้นว่าโฮสต์จะหมดอายุตอนไหน

ผมจะได้ทุ่มเทกับการดูแลโรงเรียนโดยการไม่ต้องพะวงหลังนั่นเอง

 

6.4 บล็อกมีเครือข่ายสังคมมากกว่า

เหตุผลคล้าย ๆ ในบอร์ด ถ้าเราอยู่แต่ในเว็บ สักวันก็จะตันเพราะอยู่กันแค่นี้

แถมเราก็ไม่รู้ว่าคนนอกที่จะมาเว็บจะเป็นคนแบบไหน อาจจะมีแต่กร๊วกฮอร์โมนมากกว่า

 

 

____________________________________________________________

____________________________________________________________ 

 

 

ช่วงที่ 2 - การขยายตัวของโรงเรียน

 

7. การเพิ่ม "บุคลากรพิเศษ"

 

หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมโรงเรียนนี้ไม่มีครูก่อน

การที่ผมได้เริ่มรับสมัครบุคลากรพิเศษ ซึ่งเป็นตัวละครอื่น ๆ ในโรงเรียนก่อนครู

เพราะว่าครูนั้นเป็นตัวละครที่มีเงื่อนไขหลายอย่างที่สำคัญ

ผมเลยอยากจะซ้อมการรับสมัครบุคลากรอื่นก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการรับสมัครครู

โดยได้ทดลองเป็นสี่ช่วง ดังนี้

 

7.1 รับสมัครยาม

วิธี - เป็นรูปแบบการประกวดคิดตัวละครและเขียนเรื่องราววีรกรรมในโรงเรียน

จำนวนคนที่สมัคร - 3 คน 

ผล - ได้ยามยอดมา และได้บุคลากรอีกสองคนเป็น พี่รอน(ช่างเครื่อง) กับพี่กล้า(ถ่ายเอกสาร)

ข้อคิดที่ได้

- การทำเงื่อนไขยาก ๆ ทำให้กรองคนที่จะเข้าได้ดีระดับหนึ่ง

- คนส่วนใหญ่คงรอที่จะเป็นนักเรียนมากกว่ามาสมัครแบบนี้ ซึ่งก็ดี

 

7.2 รับสมัครฝ่ายอาหาร

วิธี - เป็นรูปแบบการประกวดคิดตัวละครและเขียนเรื่องราวเทศกาลอาหาร และเมนูอาหาร

จำนวนคนที่สมัคร - 0 คน (และมีมาสมัครช่วงหลัง 1 คน)

ผล - แม้ว่าคนที่ส่งมาจะข้อมูลดีมาก แต่การที่ข้อมูลไม่ครบ ก็เลยอดได้อย่างน่าเสียดาย(แต่ไม่ง้อ)

ข้อคิดที่ได้

- ยากไปคนก็ไม่ส่งมา (แต่ก็ดีตรงที่กรองคนที่พร้อมจริง ๆ )

 

7.3 รับสมัครฝ่ายสุขภาพ

วิธี - เป็นรูปแบบการประกวดคิดตัวละครและเขียนเรื่องราวการตรวจสุขภาพในโรงเรียน

จำนวนคนที่สมัคร - สองคน (สมัครหมอทั้งคู่)

ผล - ได้หมอโชค (ที่เป็นครูสุขศึกษาและหมอห้องพยาบาล) และหมอกั๊ซ (หมอห้องพยาบาล)

ข้อคิดที่ได้

- ถ้าคนที่ส่งมาเค้าพร้อมที่จะเล่นจริง ๆ รับเกินจากความตั้งใจหน่อยก็ไม่เป็นไรมั้ง

แล้วสุดท้ายก็จะได้เผื่อไว้ว่ามีหมอที่มีบทบาทต่อเนื่องไว้อย่างน้อยหนึ่งคน

 

7.4 รับสมัครอิสระเพิ่มเติม

วิธี - เปิดให้เสนอตัวเองว่าอยากเป็นอะไร และผมจะคิดโจทย์ให้

จำนวนคนที่สมัคร - 1 คน 

ผล - ได้ช่างกล้องเป็นพี่พุด

ข้อคิดที่ได้

- การให้คนมาเสนอหัวข้อเอง น่าจะได้ตามความต้องการของคนทำมากกว่า

- ตัวเองไม่ต้องเสียเวลามาคิดว่าจะให้ประกวดอะไรอีกแล้ว

 

ที่จริงแล้วมีความคิดว่าจะรับบุคลากรพิเศษเพิ่มอีก

แต่ขอคิดดูก่อน เพราะอยากให้คนทีมาสมัครนั้นอยากเป็นและพร้อมกับสิ่งที่เลือก

มากกว่าการแค่อยากมาเล่นเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเท่านั้น


 

____________________________________________________________

 

8. การรับสมัคร"คุณครู"

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโรงเรียน

ดังนั้นเนื้อหาในส่วนนี้จะยาวมากอยู่ เพื่อประโยชน์ของท่านขอให้อ่านอย่างมีสตินะครับ

 

8.1 การตัดสินใจรับสมัครครู

เมื่อโรงเรียนเริ่มมีความอยู่ตัว และเริ่มเงียบเพราะ ผปค. เริ่มติดภาระเรียน

ผมเลยมีความคิดว่า ถ้ารับสมัครครูในช่วงนี้ จะได้เป็นการต่อเชื้อเพลิงให้มีอะไรอ่านตลอดเวลา

(ในตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะทำให้เกิดปัญหาอ่านอ้วกเป็นครั้งแรกของโรงเรียน)

 

8.2 รูปแบบการรับสมัครครู

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ผมสามารถพัฒนาระบบการสมัครเป็นแบบใหม่

โดยจะไม่เป็นรูปแบบการประกวด แต่จะเป็นระบบการ"จอง"แทน

ซึ่งทำให้แต่ละคนสามารถเลือกวิชาได้ตั้งแต่แรก และเขียนได้โดยไม่ต้องพะวงหลัง

ในขณะเดียวกันก็มีการกำหนดเวลาในการจอง เพื่อไม่ให้จองทิ้งไว้นั่นเอง

 

8.3 ผลของการรับสมัครครู

ผลที่ได้นั้นดีกว่าที่คิด เพราะครูแต่ละคนมีความตั้งใจอย่างเต็มที่

มีสปิริตที่เหมือนอัดอั้นมานานในช่วงที่ยังไม่เปิดรับสมัคร (อันนี้เดา)

เพราะได้ออกมาเป็นครูที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ และข้อมูลโอเคเป็นส่วนใหญ่

อย่างน้อยก็มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่สอนในขั้นพื้นฐาน และรู้ว่าจะสอนในรูปแบบใด

(แค่ยังมีหลายคนที่ยังไม่เริ่มสอน)

 

8.4 ปัญหาที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น

- การที่มีการจองแล้วเงียบหายไป แต่เราก็ได้ตัดชื่อไปเรียบร้อย

- ครูบางคนยังต้องมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง แต่อันนี้ไม่เป็นไรเพราะครูยังน้อย ผมทุ่มเทได้

- บางคนส่งตัวละครมาแล้วเงียบหายไปเลย ทำให้ตัวละครขาดการต่อยอด (เดี๋ยวพูดละเอียดในหมวดหลัง)

 

8.5 ความตั้งใจที่น่ายกย่อง

- การที่ครูส่วนใหญ่ สามารถทำข้อมูลการบ้าน 2 ความรู้สึกต่อนักเรียนได้ครบเร็วมาก

ทำให้ผมประทับใจถึงความตั้งใจที่จะมาเล่นโรงเรียนนี้อย่างจริงจัง

และหลายคนทำได้ดีเกินมาตรฐานที่ผมคาดหวังมาก (จนกลายเป็นทำให้ ร.ร.มาตรฐานสูงตามไปด้วย)

 

สำหรับเรื่องอื่น ๆ ที่ความจริงแล้วคาบเกี่ยวทั้งครูและนักเรียน ผมจะพูดในหัวข้อถัดไปครับ


 

____________________________________________________________

 

9. OVERLOAD !

 

ใครที่อยู่โรงเรียนนี้มาตลอด คงได้รู้ซึ้งถึงสิ่งนี้ได้ดีมาก

ผมจะขอมาพูดกันอีกรอบ ในโอกาสที่เหมาะสมกับการจะมาสรุปภาพรวมที่เกิดขึ้น ดังนี้

 

9.1 OVERLOAD คืออะไร

มันคือการทะลักของข้อมูลที่เกินกำลังความอดทนในการอ่านของคนทั่วไป

 

OVERLOAD เกิดจากใคร

ถ้าพูดอย่างไม่เกรงใจ ก็สามารถบอกได้เลยว่า เพราะ"ครู"ครับ

ทำไมล่ะ ที่จริงมันไม่ใช่ความผิดที่เกิดจากความตั้งใจหรอก แต่มันเกิดได้เพราะดังนี้

 

- ครูเป็นผู้ใหญ่ ผ่านโลกมาเยอะ เลยมีเรื่องราวที่มีเยอะกว่า

อันนี้ต้องยอมรับครับ เพราะมิติของตัวละครมันก็จำเป็นต้องรู้อดีตมาก แต่ไม่ควรจะเป็นเพราะ...

 

- การใส่ตัวละครนอกและเรื่องราวส่วนตัวกันแบบล้นหลาม

หลังจากที่ครูทำข้อมูลหลักเสร็จแล้ว ก็เริ่มมีการถ่าโถมเรื่องราวส่วนตัวกันอย่างเต็มสตรีม

ทั้งข้อมูลครอบครัว ครอบครัวเพื่อนฝูง อดีตที่แสนหวานและขมขื่น และอีกมากมาย

ความเยอะมันอาจจะไม่ใช่ประเด็นเท่าการที่ ... "มันเป็นเรื่องนอกโรงเรียน"

ซึ่งความเยอะแบบนี้ ทำให้คนเริ่ม"ขี้เกียจ"อ่านขึ้นมา

เพราะในเมื่อมันไม่มีนักเรียนเข้าไปอยู่ในเรื่อง แล้วความผูกพันเบื้องต้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

เพิ่มเติม - ที่จริงแล้วทางนักเรียนเองก็ยังกล่าวถึงครูน้อยด้วย

ดังนั้นจึงน่าจะเป็นการดีมากกว่าถ้าทั้งสองฝ่ายจะเริ่มจูงเรื่องเข้าหากัน

ซึ่งการที่เขียนนอกขอบข่ายโรงเรียนมากไปก็จะทำให้เกิดอาการไม่ผูกพันขึ้นได้ 

ในจุดนี้ทำให้ผมจำเป็นจะต้องคุยกับเด็กใหม่ในอนาคตอย่างชัดเจน

รวมทั้งผมอยากถามคนที่สนใจอยากสมัครเป็นนักเรียนใหม่เป็นการส่วนตัวด้วยว่า

คุณมีความเห็นในเรื่องของ OVERLOAD อย่างไร

และคุณจะทำอย่างไรเพื่อให้คุณไม่เป็นหนึ่งในสาเหตุนั้น

แต่สำหรับในตอนนั้นผมเลยต้องรีบหาวิธียับยั้งในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเร่งด่วนไปแล้ว ดังนี้

 

9.2 แนวทางการแก้ปัญหา OVERLOAD

 

9.2.1 เตือนด้วยรูปแบบของการแนะนำ

เป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นแบบเนียน ๆ ด้วยการเขียนเอนทรี่พูดคุยที่สอดแทรกเรื่องนี้

ทั้งนี้เพราะเป็นห่วงว่ากลัวจะไม่มีใครอ่านมากกว่าจะตำหนิใคร

ผลของการเตือนถือว่าสำเร็จ เพราะพอคุยเปิดใจกันดี ๆ แล้ว ก็พบว่าข้อมูลนอกเรื่องน้อยลง

เพียงแต่ว่ามันก็ยังก็ยังเยอะอยู่ดี ทั้งจากนักเรียนและครู เลยต้องหาวิธีถัดไป

 

9.2.2 เกิดคำว่า OC (Outside Character) ขึ้น

(เดี๋ยวจะอยู่ในข้อ 9.3 ครับ)

 

9.2.3 การพัฒนาจนเกิดระบบข้อมูลแบบใหม่ ขึ้นมา

ต้องขอบคุณปัญหา OVERLOAD ที่ทำให้เกิดการพัฒนาการจัดหมวดหมู่ข้อมูลแบบล้างบางขึ้น

ทำให้มีความชัดเจนในการแบ่งชั้นความสำคัญของข้อมูล และทำให้เลือกอ่านได้

ทั้งนี้ เดี๋ยวจะไปพูดอย่างละเอียดในส่วนของ ช่วงที่ 3 - การพัฒนาระบบโรงเรียน ต่อไป

 

9.2.4 การแยก MS SS IS

เป็นการแยกชั้นความสำคัญในการเลือกอ่าน ซึ่งต่อเนื่องจาก 9.2.3

แต่ยังมีปัญหาตรงที่ว่าบางคนเอา MS ไปใช้กับเรื่องนอกโรงเรียนมากกว่า ซึ่งมันก็ไม่ได้น่าอ่านอยู่ดี

 

9.2.5 การให้สรุปท้ายเรื่อง

ปัจจุบันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา OVERLOAD ในเบื้องต้น

เพราะว่าเหลือแค่อ่านสรุปสั้นๆ ก็เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้

โดยไม่ต้องอ่านทั้งเรื่องที่อาจยาวถึง 10 หน้า

ที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่สายฟิคมีทำเป็นบางคนตั้งแต่แรกแล้ว

แต่ตอนนี้ก็คงต้องประกาศเป็นวาระแห่งโรงเรียน ที่ทุกคนควรทำ

(นอกจากเรื่องตอนนั้นจะสั้นอยู่แล้ว)

 

9.2.6 การรวบยอดสรุปใน DB 2

เป็นการแก้ไขปัญหา OVERLOAD ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในระยะยาว

เพราะสามารถทำให้คนที่มาตามทีหลัง รู้เรื่องราวทั้งเทอมได้ในเอนทรี่เดียว

ทั้งนี้ก็อยู่ที่ความรับผิดชอบของคนทำแล้วล่ะ ว่าจะทำมาให้อ่านไหม

 

ในรายละเอียดของระบบฐานข้อมูลเราจะพูดอันอีกทีในหัวข้อที่เกี่ยวข้องครับ

 

9.3 ระบบ OC (Outside Character) กับการแก้ปัญหา OVERLOAD

การประกาศให้มีการส่งข้อมูลตัวละครนอกมา และแลกเปลี่ยนด้วยการที่ผมจะวาดภาพให้หากมีเวลา

วันนี้ผมจะมาบอกในที่สาธารณะล่ะ ว่าเหตุผลแฝงที่แท้จริงของการมี OC นั่นก็คือ

- แยกให้ชัดไปเลยว่าใครคือคนใน ใครคือคนนอก จะได้รู้ลำดับความสำคัญในการใช้

- การบอกให้ส่งมาทีละคน ทำให้มีการจำกัดจำนวนในความรู้สึก

และให้รู้ว่าใครสำคัญจนอยากให้คนอื่นจำก่อน จะได้ไม่ส่งมาพร่ำเพรื่อ

ผลของการตั้ง OC ทำให้มีความชัดเจนขึ้น

 

*** ผลเสียที่ไม่ทันคาดคิด

- ทำให้คนที่เดิมก็ไม่ได้มี OC ในเรื่องของตัวเอง ก็พยายามคิดเพิ่มขึ้นมาอีก

แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะก็เป็นความยุติธรรมที่ว่าถ้าใครมีแล้ว คนอื่นจะมีบ้างก็ไม่แปลก

อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้เตือนเท่าที่เตือนได้ว่า ถ้าไม่มีก็อย่าฝืน เพราะถ้ามีไปแบบไม่จำเป็น มันก็สิ้นเปลือง

 

***การพัฒนาเรื่อง OC ในอนาคต

จากการที่เราผ่านเรื่องราวมาหนึ่งปีแล้ว ผมคิดว่าหลายคนอาจจะอยากเปลี่ยน OC ที่ลงทะเบียนไว้ก็ได้

ผมเลยคิดว่าเดี๋ยวจะรื้อใหม่ทั้งหมด แล้วให้ลองส่งใหม่กันมา โดยจะซ้ำหรือไม่ซ้ำกับของเดิมก็ได้

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเช็คว่าไม่ใช่ส่งแล้วหายเงียบไปนั่นเอง

และจะเพิ่มเงื่อนไขการส่ง OC อีกอันคือ ต้องมีการสรุปเรื่องราว 2.2 ก่อน

เพื่อที่จะได้รู้ตัวเองก่อนว่าควรจะส่งใครเข้ามาครับ

เพราะการส่งตัวละครที่มีบทบาทแค่ส่วนสั้นๆของชีวิตนอกโรงเรียน ส่งไปคนอื่นก็ไม่รู้จะใช้ยังไง

 

สิ่งที่ผมจะบอกในตอนประักาศเรื่อง OC ใหม่นั้นคือ

OC มีไว้สำหรับตัวละครนอกที่ ACTIVE ต่อตัวละครอื่นในโรงเรียนเท่านั้น

จะได้เป็นข้อมูล OC ที่คุ้มค่าแก่การจดจำและนำไปใช้ครับ

(เพราะตัวละครที่ตายไปแล้ว รู้ไปก็เอามาใช้ไม่ได้ เสียโอกาสเปล่า ๆ) 

 

9.4 บทสรุปเรื่อง OVERLOAD

ผมรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันไม่มีทางที่จะห้ามกันได้

แต่เราสามารถช่วยกันได้ด้วยการสรุปข้อมูลให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีเวลาอ่านน้อย

และพยายามเน้นการเขียนเรื่องที่อยู่ในโรงเรียนเป็นหลัก

โดยเรื่องนอกโรงเรียนขอให้เป็นส่วนน้อยและสรุปแต่พองามเท่านั้น

 

อย่าลืมว่า การที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรมโรงเรียนลูกบาศก์นั้น ยังมีคนที่พลาดโอกาสอยู่มาก

ดังนั้นใครที่โชคดีได้อยู่แล้ว ก็ขอให้ใช้โอกาสนั้นให้คุ้มค่าเถอะ

อย่าให้เป็นที่ครหาว่า "คุณใช้พื้นที่โรงเรียนลูกบาศก์มาสร้างโลกส่วนตัว" เลยครับ

 

____________________________________________________________ 

 

บทส่งท้ายสำหรับตอนที่ 1

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ขอขอบคุณที่มีความใส่ใจในการศึกษาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

และขอให้อย่าคิดว่าผมจะตำหนิในเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วจะโกรธเกลียดใครไปเลย

ปัญหามันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเสมออยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือเราจะแก้ปัญหาอย่างไร

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คนร่วมกิจกรรมจะให้ความร่วมมือแค่ไหนครับ

 

สำหรับในตอนที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายนั้น จะเน้นในเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

และเราจะมาดูกันว่ามันเกิดอะไร แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างในอนาคต

ส่วนในตอนนี้ การได้อ่านช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 น่าจะได้เห็นภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

สิ่งใดที่ผมได้วิจารณ์ไปแล้ว ก็ขอให้เข้าใจและระวังต่อไปในอนาคตครับ

 

 

ตอนถัดไป (เดี๋ยวจะอัพลิงค์ให้ถ้าเขียนเสร็จ)

ตอนที่ 2

ช่วงที่ 3 - การพัฒนาระบบโรงเรียน

ช่วงที่ 4 - สภาพสังคมในโรงเรียน

ช่วงที่ 5 - บทสรุปและความคาดหวังในอนาคต

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยาวเป็นมหากาพย์open-mounthed smile
รู้สึกหนึ่งปีนี่เกิดอะไรกับโรงเรียนมากมายเลย

กำลังอ่านมันส์พี่ค่อน
ขอตอนถัดไปquestion
(มันไม่เห็นใจคนพิมพ์เล้ยย)

#1 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-03-01 11:51

อู๊ย
ชอบอะ

ดุเดือด ๕๕๕๕๕๕๕๕๕


ดีนะแบบนี้ เห็นชัดแจ๋วเลยว่า ผอ โปร่งใสบางจ๋อยขนาดไหน
แบบนี้ทั้งเด็กเก่าเด็กใหม่จะได้ทบทวนสิ่งที่ผ่านมาเกือบปีไปพร้อม ๆ กันทีเดียวเลย
เยี่ยมจริง

ขอชื่นชมในความพากเพียร จึงสรุปออกมาเป็น entry นี้ได้

กำลังอ่านสนุกเหมือนกัน
รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
cry

#2 By Kyril on 2009-03-01 12:00

กำลังงงตัวเองว่านั่งอ่านจนจบได้ยังไง ทั้งๆที่ไม่ชอบอ่านให้ละเอียดเท่าไหร่ = =

ผมว่าดีมากเลยนะครับที่ตอนท้ายของเรื่องมีสรุปไว้ให้อ่าน เพราะว่าผมก็เป็นคนนึงที่อยากอ่านเรื่องของทุกคนแต่ไม่มีเวลา

entry นี้ทำให้ระลึกถึงอดีตได้ดีเลยหล่ะ

Hot!

เผื่อฟลุ๊คขึ้น hot confused smile

#3 By Milkyway.sk on 2009-03-01 12:07

เหมือนอ่านประวัติรร.จริงๆ นี่เราผ่านเรื่องพวกนี้กันมาได้1ปีแล้วสินะconfused smile

รอตอนถัดไปนะครับ
เอนทรี่นี้เริ่ดที่สุด!! (>w<)

#5 By [ i ]Rin on 2009-03-01 12:35

ดูมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายมหาศาลเลยนะกับหนึ่งปี
ตอนแรกก็มันส์แล้ว (ยังกะอ่านนิยาย)

#6 By pinpin on 2009-03-01 12:42

เขียนได้สมกับเป็นผู้นำโรงเรียน
เรื่องราวมันผ่านไปหนึ่งปีแล้วเหรอเนี่ย
ไวทีเดียว

บุคลากรมหาศาลกับข้อมูลมหาศาล
ช่วงนี้ต้องบอกตรงๆว่าข้อมูลน้อยลง
อย่างชัดเจน คงจะติดสอบกัน

ประกาศแบบนี้ก็ดีนะ
ทำให้คนที่พึ่งแวะมาดู รู้ว่าอะไรคือโรงเรียนลูกบาศก์

แต่ก็อย่างที่เคยบอก ยังไงผปค.เองก็
เขียนให้ลูกตัวเองเป็นตัวเอกอยู่แล้ว
ดังนั้นการที่ข้อมูลมันจะ overload ก็เป็นเรื่องที่
ต้องเตรียมรับตามมา ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ
เพียงแต่มันก็จะเป็นเรื่องที่คนอ่านเลือกเองว่า
จะรับสารนั้นไหม ถึงไม่รับก็ไม่ได้มีผลกับโรงเรียน
ก็ขึ้นกับความเห็นของแต่ละคน

#7 By mutsuki on 2009-03-01 13:32

เป็นที่มาที่ไปที่สามารถจารึกลงคัมภีร์ใบลาน
เพื่อเกียรติและความภาคภูมิใจของพวกเราชาวคิวบิกเลยจริงๆ (เวอร์ไปล่ะ)

เหมือนได้นั่งย้อนทานแมชชีนของโดเรมอนกลับไปยัง
ต้นเดือนเมษายนปีที่แล้วจริงๆ...

มันคือความสุขและจุดเริ่มต้นเล็กๆที่สามารถเผื่อแผ่มาถึงทุกคนได้จนถึงทุกวันนี้ อาจมีปัญหาบ้างก็ไม่เป็นไร เป็นบทเรียนที่พร้อมจะก้าวไปด้วยก้าวย่างที่มั่นคง

โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนในอุดมคติ ที่ทุกคนร่วมสร้าง
ร่วมฝันโดยมีท่าน ผอ.ผู้ใจดีอยู่เคียงข้างพวกเราเสมอ อาจได้เห็น ผอ. ดุบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ ผอ.จะเฮี้ยบ เพื่อให้โรงเรียนเป็นระเบียบ แต่วันไหนที่ ผอ. สนุกสนานก็อย่าบอกใครเชียว


ที่ชอบที่สุดของโรงเรียนนี้ ก็คือ มักจะมีเรื่องราวมาให้ตื่นเต้นและอัพเดตเรื่องราวอยู่เสมอ เหมือนเฮโลกันไปเป็นขโยง... รักกันดีจัง

มิตรภาพได้ก่อกำเนิด คนแก่ได้ทำตัวเด็ก (เอ้ยนั่นว่าใครกัน ไม่รู้ไม่ชี้ อิอิ) เด็กๆได้มุมมองจากผู้ใหญ่ หรือว่าแม้กระทั่งผู้ใหญ่ได้มุมมองจากเด็ก มันคุ้มค่าจริงๆกับสังคมที่เหมือนบ้าน บ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ถ้อยทีถ้อยอาศัย และพร้อมที่จะให้อภัยเมื่อเกิดการผิดพลาดขึ้น

กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ หลายคนกำลังท้อแท้กับชีวิตจริง หลายคนเหนื่อยล้ากับชีวิตที่ต้องเผชิญ การได้เข้ามาที่คิวบิก ก็เหมือนได้กำลังใจที่ยิ่งใหญ่กลับไป

เป็นความรู้สึกที่หาไม่ได้ตามเซเว่นอีเลฟเว่น หรือว่าห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ผมว่าทุกคนสามารถรู้สึกได้
รู้สึกได้ด้วยหัวใจที่ทุกคนรัก โรงเรียนคิวบิกเหมือนกัน

การพัฒนากำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ โดยอาศัยการแสดงความคิดเห็นที่ทุกคนเป็นความคิดต่างสาขาอาชีพ ต่างมุมมอง มันจึงเกิดความหลากหลาย... ที่น่าทึ่งมากมาย
ปรบมือให้ทุกคนครับ

ปรบมือให้กับท่าน ผอ.

ที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อพวกเรา
เหนื่อยบ้างอะไรบ้างก็สู้ๆนะครับ ผอ.
พวกเราเป็นกำลังเฮ้วๆ อยู่หลังห้องผอ. อิอิ


อืม...
อ่านสรุปแล้วเกิดอาการเช่นเดียวกับทุกคน
เหวอ... จบแล้วเหรอ เพลินมาก
(อย่างที่บอกเราเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็นช่วงๆ
นึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้)

สุดยอดจริงๆครับ รอตอนต่อไป
และพร้อมที่จะพัฒนาไปพร้อมๆกัน

ตื่นเต้นกับน้องใหม่ที่จะมาเยือนในไม่ช้า
ตื่นเต้นกับเรื่องราวที่จะมีมากใน คิวบิก ปี 2
ตื่นเต้นกับมิตรภาพที่จะเพิ่มพูนเป็นทวีคูณนะครับ

เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

Love Cubicschool
confused smile Hot! Hot! Hot!

#8 By no-ta on 2009-03-01 13:35

ผอ. ทุ่มเทกับโรงเรียนนี้จริง ไม่เสียแรงที่ฝากลูกให้
ท่านผอ. ดูแล

หลังจากที่ได้เข้ามารวมกิจกรรมแล้วรู้สึกถึงความเป็นมิตร
ความเข้าใจกัน ก็หวังว่าให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไป

ขอบคุณทุกคนที่มำให้มีโรงเรียนนี้ มีกิจกรรมนี้
เล่นกันจน ทำให้ข้าพเจ้าได้มาสมัคร เป็นส่วนหนึ่งของพวกคุณ

รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

รออ่าน ช่วงต่อๆไป

#9 By elites on 2009-03-01 13:58

This school is full of data for sure and I myself have some trouble with Overload, too. But Cocon has already solve it with clever way. I like it! But still wanna read everything everybody has wrote from their heart. Hopefully to be a part of your social:)

#10 By Rethy's on 2009-03-01 14:00

ผมคิดว่าในอนาคตผมน่าจะพร้อมที่จะอ่านเอนทรี่ของทุกคนได้เหมือนเคยล่ะ แต่ช่วงนี้คงต้อละๆไปบ้างเพราะแรงไม่ถึง

อนึ่ง เพื่อนๆสามารถทำให้เรื่องราวของตัวเองได้รับการติดตามอย่างครบถ้วนด้วยการเขียน DB 2.2 ที่จะเป็นตัวสรุปเรื่องราวในเทอมสองที่กำลังจะจบลงครับ ถ้าอันนี้ผมอ่านของทุกคนแน่ๆbig smile

#11 By ร.ร.ล.บ. on 2009-03-01 14:05

อ่านแล้วเหนื่อยแทน
รู้ตัวตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าคงไม่มีแรงตามอ่านได้หมด
เลยไม่ได้คิดจะร่วมด้วยแต่แรก
แต่อ่านทีไรก็อยากเล่นด้วยทุกทีสิน่ะ open-mounthed smile

ผอ. สู้ๆ

#12 By pw. on 2009-03-01 15:46

สารภาพว่าจริงๆรู้จักโครงการนี้ตั้งแต่เปิดรับสมัครครั้งแรกแล้วค่ะ แต่กลัวไม่มีเวลา

สุดท้ายเป็นไงล่ะ นั่งเสียดายมาครึ่งปีsad smile

ขออนุญาตถามผอ.นิดนึงด้วยฮะ
(ถ้าเคยพูดถึงไปแล้วอย่าแบล็คลิสต์นะ กลัวมากมาย)

คือเนื้อเรื่องหลักตอนนี้ดำเนินตามtimelineจริงๆใช่มั้ยคะ
อย่างตอนชีวิตจริงจบภาคเรียนในนี้ก็จบตาม ขึ้นเทอมสองก็ขึ้นตาม ปิดเทอมก็ปิดเหมือนกัน

เลยสงสัยว่าอีกสองปีข้างหน้าล่ะ จะมีจบการศึกษาไรแบบนั้นมั้ย

แล้วถ้าจบขึ้นมานักเรียนก็อดเล่นต่อสิ

แต่ครูยังไงก็อยู่ยงคงกระพันอยู่แล้วเนาะ??
#13

นักเรียนมีการจบการศึกษาจริงๆครับ นั่นคืออายุการใช้งานประมาณ 3 ปี แต่นักเรียนพอจบแล้วไม่ได้หายไปครับ
ตัวละครก็ยังดำเนินต่อไปได้ แต่เป็นในลักษณะของศิษย์เก่าที่จบไปแล้วนั่นเอง

ส่วนครู ผมก็ไม่คิดว่าจะอยู่กันตลอดไปหรอกมั้ง เปิดเบื่อขึ้นมาอยากจะถอนออกไปเป็น OC (อดีตครู) แล้วไปสมัครเป็นนักเรียนก็ยังได้ แต่ผมคิดว่ายังเร็วเกินไปที่จะคุยเรื่องนี้ครับ เอาเป็นว่าตอนนี้ผมอยากให้แต่ละคนมีตัวละครในโรงเรียนแค่ตัวละคนเท่าันั้น
"และไม่อยากให้การสมัครครูมีไว้เล่นฆ่าเวลารอเล่นเป็นนักเรียน" ดังนั้นการรับสมัครครูจึงค่อนข้างจุกจิกแ่ต่ถ้าผ่านแล้วก็อยู่ได้เรื่อยๆครับ

#14 By โคค่อน on 2009-03-01 17:23

ปีนึงนี่ไวเนาะ confused smile
เรื่องราวทั้งหมดนี่สรุปออกมาแล้วจะเตือนให้เรานึกถึง
สิ่งที่เรากำลังทำ และกำลังจะทำได้ดีเลยค่ะ

จำไว้ใส่ใจ แล้วก็มันแสดงว่า ผอ.เราตั้งใจจริงๆ
ดุมั่ง ไม่เป็นไร เก็บไว้นินทาทีหลัง คึคึ

(โดดพี่ค่อนเตะออกจากบล็อก)

ดุเดือด แต่ตรงประเด็น รออ่านต่อไป โอ๊สท์

open-mounthed smile

#15 By ป.ปุ้น,,, on 2009-03-01 18:57

มีความรู้สึกว่า entry นี้ (และที่กำลังจะคลอดตามมา) สมควรจะถูกอัญเชิญไปไว้ตรว links โดยดุษฎีเลยอะครับ

ผอ. โรงเรียนนี้รันโรงเรียนได้โปร่งใสสุดๆจริงๆ confused smile

#16 By Zairen_Bibliophobia on 2009-03-01 19:15

#13 ตอบเพิ่มอีกนิด พึ่งนึกได้
ใครที่เรียนจบแล้วอยากส่งนักเรียนมาสมัครต่อก็ทำได้เช่นกัน โดยที่ต้องผ่านระบบการสอบเข้าเฉกเช่นคนอื่น ส่วนเด็กเก่าก็จะผันตัวไปเป็น OC ที่มีสถานภาพสูงกว่า OC ทั่วไปหน่อยตรงที่มีเรื่องราวกับโรงเรียนมาแล้ว สามารถมาเยี่ยมเยียนโรงเรียนและมีเรื่องราวกับเด็กใหม่ได้ตามอัธยาศัย เพราะโรงเรียนนี้เน้นการสร้างสังคมอยู่แล้ว

#15 ไม่เห็นจะดุตรงไหนเลย หึๆ
(รอเอนทรี่หน้าก่อเถอะ รับรองน่าจะตรงประเด็น เข้าถึงการกระทำของแทบทุกท่าน)

#17 By โคค่อน on 2009-03-01 19:15

#17 เข้าถึงการกระทำของทุกคน
เห็นแล้วขนลุบวาบพิลึกละพี่ sad smile

#18 By ป.ปุ้น,,, on 2009-03-01 19:30

ว้าว มีฝ่ายอาหารด้วย อยากอยุจัง สมัครได้ไหมค่ะเนี่ย
confused smile
# 19
ไว้ก่อนแล้วกันครับสำหรับตัวละครประเภทอื่น

#20 By โคค่อน on 2009-03-01 20:38

ขอบคุณค่ะconfused smile

ผอ.ตอบไวทันใจมากฮ่ะ
อ่านแล้วเข้าใจอะไรหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ big smile

จะรออ่านตอน 2-3-4-5 ต่อไปนะครับ


ปล. อ่านข้อ 9.4 แล้วปาดเหงื่อกับ FIC ที่กำลังเขียนอยู่ตอนนี้เล็กน้อย ท่าจะต้องรีบสรุปจบให้เข้าเรื่องโรงเรียนซะแล้ว sad smile
มารับทราบ
ยาวดี อ่านเพลินเลย
ตื่นเต้นกับปีการศึกษาใหม่

#23 By Lagnadan on 2009-03-01 23:01

เข้าใจแล้วค่ะ

ตอนนี้กำลังจัดการฐานข้อมูลของตัวเองอยู่ค่ะsad smile

สงสัยต้องเพลาๆฟิคเล่นๆซะหน่อยแล้วsad smile

#24 By renren119 as Shiba Kaien on 2009-03-02 09:37

กลืนน้ำลายเอื้อก...
รออ่านตอนต่อไปด้วยใจระทึกค่ะ...

#25 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-03-02 20:26

ทำให้รู้เรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี้มากขึ้นแฮะ...
เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ตามมาตั้งแต่แรก บางจุดเลยไม่รู้

ขอบคุณนะคะHot!

#26 By charoite on 2009-03-05 13:04