หมายเหตุ - ไม่อนุญาต ให้นำรูปภาพ และบทความที่แสดงในบลอคนี้ ไปเผยแพร่ ทำซ้ำ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต

http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/3.0/   

 

จริงๆได้มีการเขียนเรื่องนี้ในpage"ข้อตกลง"แล้ว แต่สงสัยจะยังไม่ชัดเจน

เนื่องจากช่วงนี้ผมเองก็มีวิกฤติชีวิต ไม่อาจเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวตอนนี้ได้ เลยขอมาแจ้งก่อนดังนี้

 

1. ห้าม เอาข้อมูลตัวละคร ทั้งภาพและบทความ ของที่นี่และบล็อกคนที่เข้าร่วมโครงการทุกคน ไปเผยแพร่ ทำซ้ำ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต (อันนี้เป็นมาตรฐานเรื่องลิขสิทธิ์ที่พึงจะทำอยู่แล้ว)

2. ห้าม โพสทุกสิ่งที่เกี่ยวกับโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ใช่ตัวละครของเราเอง ต้องโพสในพื้นที่ EXTEEN เท่านั้น (โดยยกเว้นให้สำหรับเ็ว็บต่างประเทศ แต่ควรบอกผม และต้องมีการเครดิตชื่อโครงการเสมอ) (ทางที่ดีคืออย่าอัพนอก exteen หากยังไม่ได้ขอ)

3. ห้าม โปรโมทโครงการโรงเรียนลูกบาศก์ นอกพื้นที่ EXTEEN โดยเด็ดขาด อนุญาตให้บอกต่อกันเองเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมจำนวนคนที่จะมาสมัคร ให้เป็นคนที่สนใจตัวโครงการอย่างแท้จริงเท่านั้น

ขอให้ปฏิบัติตามโดยทั่วกัน และช่วยเป็นหูเป็นตาให้ผมในช่วงก่อนเดือนมีนาคมด้วย (ขอปั่นธีสิสอย่างเต็มที่เสียทีเถอะ เหนื่อยแล้ว) 

 

 

 

*** เอนทรี่นี้มีการปาดเอนทรี่เก่าอย่างฉับพลัน จึงขอแนบลิงค์ไว้ให้สำหรับคนที่พลาดไปนะ

ผ.อ.ขอลากิจ + ขอบข่ายงานที่จะทำช่วงนี้

ร.ร.ล.บ.2551/35 ข้อเท็จจริงของโรงเรียนลูกบาศก์(ฉบับร่าง)

ร.ร.ล.บ.2551/36 เล่นคิวบิคอย่างไรให้คุ้ม

 

*** ขอโฆษณาเอนทรี่ที่รวมลิงค์สำคัญพร้อมคำอธิบาย เหมาะสำหรับคนสนใจสมัครครับ

เพิ่ม 2009-02-04

[CS] คิวบิกต้องการตัวละครแบบไหน อันนี้เอาไว้เป็นแนวทางอีกอันครับ น่าจะช่วยคุณได้

ลิงค์สำคัญที่คุณไม่ควรพลาด ยังไงไปอ่านตรงนั้นก่อนอ่านเอนทรี่นี้ก็ดีนะครับ

 

 

คุยกันก่อน

ช่วงนี้ผมจะพยายามมาคุยให้มากๆ เพื่อให้คนที่สนใจจะสมัครเป็นนักเรียนได้เข้าใจแนวคิดโรงเรียนจริงๆ

เพราะครั้นจะให้ไปเรียนรู้จากการอ่านเอาเอง ก็ใช่ว่าสิ่งที่คนในนี้ทำกันอยู่จะตรงประเด็นเสมอไป

เลยเป็นหน้าที่ของทางการ ที่ขอมาใช้เวลาพักผ่อนมาลงทุนกับสิ่งที่คุ้มค่าอย่างที่นี่หน่อย

และเพื่อลดความกดดันของว่าที่เด็กใหม่ เลยขอมาคุยแบบสบายๆ(เรอะ) แต่เนื้อหาจริงจังแล้วกัน

 

 

 

แนะเบื้องต้นสำหรับคนสนใจสอบเข้า

 

_______________________________________________________________

 

1. เกริ่นนำ

 

นี่อาจจะยังไม่ใช่การรวบรวมข้อมูลโรงเรียนมาแนะนำอย่างเป็นทางการ

แต่เป็นการมาเล่าเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รู้จักความเป็นโรงเรียนเราให้มากขึ้น

เพื่อที่ว่าตอนสอบเข้าจะได้รู้ว่าควรทำอย่างไร จึงจะเป็นเด็กใหม่ที่น่ารับเข้า

ตอนแรกก็ว่าจะปล่อยไปตามชะตากรรมเลยนะ วัดดวงกันไปว่าใครเข้าทางจริง

แต่คิดไปคิดมา ถ้าต้องมาเสียเวลาอบรมกันตอนนั้น คงจะเสียอารมณ์กันเปล่าๆ

 

อยากบอกก่อนว่าเป้าหมายโดยดั้งเดิมนั้น ผมตั้งใจว่าจะรับทุกคนโดยไม่มีการคัดออกด้วยซ้ำ

ซึ่งในรอบแรกๆนั้นสามารถทำได้ เพราะผมเริ่มเปิดรับสมัครจากวงแคบโดยไม่มีการโปรโมท

แต่ ณ ตอนนี้ ผมก็ได้เห็นแล้วว่ามีคนสนใจมากกว่าที่คิด รวมทั้งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

มันทำให้จำนวนคนเกินจากความสามารถในการรองรับของโรงเรียนแล้ว

 

แต่...

อยากบอกว่า...

ความจริงแล้ว จำนวนการสมัคร ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ครับ

ปัญหาที่แท้จริงที่ผมกลัวมากกว่าคือ

 

การที่มีบางคนสมัครมาโดยไม่เข้าใจว่าโรงเรียนลูกบาศก์มีไปเพื่ออะไร

 

ซึ่งการที่เป็นระบบสังคมบล็อกแบบนี้ ผมก็ไม่มีอำนาจไปลบเอนทรี่ของใครได้

หากเกิดภาวะที่ใครบางคนดื้อด้าน ทำอะไรที่ขัดกับโรงเรียนแล้วยังตราชื่อว่า [CS]

เรื่องคงจะไม่จบง่ายๆ

 

พูดเหมือนจะดูตื่นตูมไปหน่อย แต่ถ้าเกิดขึ้นมาจริงๆคงไม่ตลกล่ะ

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดภาวะเช่นนั้นต่อไปนี้เราจึงจำเป็นต้องมีการคัดเลือกระดับหนึ่ง

เพื่อคัดคนที่มีความพร้อมในการที่จะเล่นกิจกรรมนี้ครับ

 

_______________________________________________________________

 

2. อย่างไรถึงเรียกว่า "พร้อม"

 

เพื่อให้เข้าใจโดยทั่วกัน ผมขอบอกความพร้อมที่ผมต้องการก่อน

ก่อนอื่นขอบอกเลยว่า "ความพร้อม" ในที่นี้ไม่ใช่ "ความเก่ง"

ความพร้อมที่จำเป็น มีดังนี้ครับ

 

2.1 เข้าใจรูปแบบแนวทางของโรงเรียน

เหมือนกับกฏหมายบ้านเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต้องศึกษา จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้

ในขณะเดียวกันกับสังคมโรงเรียนลูกบาศก์ อย่างน้อยมันก็มีบางอย่างที่ควรศึกษามาก่อนด้วยตัวเอง

ยิ่งถ้ามีคนที่สนใจเข้าร่วมโครงการมากมายแบบตอนนี้

ผมก็อยากจะเลือกคนที่ไม่ต้องเสียเวลามาอธิบายอะไรมากมายมากกว่า

ส่วนใครที่ยังไม่พร้อม ก็จะได้ใช้เวลาในการเรียนรู้ด้วยตัวเองต่อไปก่อน

แทนที่จะรับคนที่มาโดยยังไม่รู้อะไร แล้วเป็นการไปทำให้คนที่พร้อมอยู่แล้วเสียโอกาสแทน

 

2.2 มีความพร้อมที่จะเข้าสังคม รับฟัง และมีมารยาทในการสื่อสาร

เนื่องจากโรงเรียนลูกบาศก์เปรียบเหมือนหนังสือเล่มใหญ่ที่ทุกคนร่วมกันเขียน

ดังนั้นมันไม่ใช่งานส่วนตัวที่คุณอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามอำเภอใจ

ความสามารถในการรับฟังผู้อื่น ทั้งคำแนะนำ คำทักท้วงต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

รวมทั้งในอีกหลายประเด็นที่เกี่ยวกับการเข้าสังคม ที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อกัน

ผมย่อมอยากได้คนที่คุยกันได้ง่ายๆมากกว่าครับ เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ

โรงเรียนเราอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบในทันใด แต่สังคมที่ดีน่าจะก่อเกิดความมั่นคงมากกว่า

อนึ่ง...ในช่วงการรับสมัครตัวละคร การที่ต้องส่งงานและอาจต้องมีแก้งานตามที่คนคอมเม้นต์มา

ตรงนั้นแหละครับที่ทางเราจะสังเกตความพร้อมในการจะมาเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนครับ

 

_______________________________________________________________

 

3. ทำยังไงถึงจะ "พร้อม"

 

จริงๆเหมือนจะพูดเรื่องนี้หลายรอบแล้ว แต่ก็ขอบอกไปเรื่อยๆต่อไปในตอนที่ยังไหวอยู่

ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ประมาณหนึ่งเดือนเนี่ย มีเวลาในการเตรียมความพร้อมได้มากมายดังนี้

 

3.1 อ่าน กระดานข่าว

เป็นอันที่ถึกมากที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

เพราะคุณจะได้เห็นรูปแบบของโรงเรียนตั้งแต่เริ่มจาก 0 จนถึงวันนี้

ได้เห็นว่าการพัฒนารูปแบบต่างๆนั้น มาจากความต้องการของโรงเรียนในแบบไหน

ถ้าสามารถอ่านได้หมดจริงๆ น่าจะรับรู้แก่นของโรงเรียนได้หมดแล้วล่ะครับ

แต่ใครที่ไม่ว่างอ่านขนาดนี้ก็ไม่เป็นไร ในอนาคตจะมีฉบับรวบยอดมาให้อ่าน

แต่นั่นเป็นแค่ปลายทาง ที่อาจจะไม่ได้บอกความคาดหวังที่ซ่อนเร้นน่ะครับ

 

3.2 เรียนรู้ระบบข้อมูลของโรงเรียน

ตอนนี้โรงเรียนลูกบาศก์เปรียบเสมือนหอสมุดกลาง ที่เต็มไปด้วยข้อมูลต่างๆมากมาย

ขอให้พึ่งระลึกว่าต่อไปคุณก็อาจจะได้เป็นส่วนหนึ่งของคนที่บรรจุข้อมูลเพิ่มเติมในนั้น

ดังนั้นการเรียนรู้ระบบข้อมูลต่างๆ จะทำให้คุณน่าจะตัดสินใจได้ว่า คุณพร้อมกับมันหรือยัง

ลองอ่านได้ที่นี่ครับ

รหัสประเภทข้อมูลแบบใหม่

ห้องฐานข้อมูล (DB)

โดยส่วนตัวแล้ว DB จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนเรา

และจะทวีความสำคัญมากขึ้นตั้งแต่ปีการศึกษาใหม่ 

เพราะพบว่ามันเป็นส่วนสำคัญในการทำให้ตัวละครแต่ละตัวคงอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

 

3.3 ศึกษาตัวละครที่มีอยู่

การที่เราได้รู้จักข้อมูลตัวละครที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เพื่อให้คุณรู้จักทุกแง่มุมของตัวละครทุกตัวตั้งแต่วันนี้

แต่มันจะทำให้คุณได้พบว่า โรงเรียนนี้ยังมีอะไรให้คุณได้สร้างสรรค์เพิ่มเติมบ้าง

โดยสามัญสำนึกน่าจะรู้กันอยู่แล้วใช่ไหม ว่าผมย่อมอยากได้อะไรมากกว่าของที่ซ้ำกับของเดิม

เหมือนกับเวลาซื้อการ์ดเกมมา ผมคงอยากได้ใบใหม่มากกว่าใบที่ซ้ำ

คำเตือน!!! ของใหม่ที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นของประหลาด

สำหรับข้อมูลตัวละคร ดูได้จาก

*สำคัญ* รหัสประเภทข้อมูลแบบใหม่

2551/2 DATABASE LIST (1.1/2.1)

บางลิงค์อาจจะเสียไปบ้าง ก็ขอให้ลองคุ้ยๆกันไป ถ้าหาอันไหนไม่ได้จริงๆขอให้ถามตามเอนทรี่นั้นครับ

 

_______________________________________________________________

 

4. การวางแผนเตรียมพร้อมกับตัวละครของเรา

 

ตอนแรกผมเองก็ไม่อยากให้คิดตัวละครกันล่วงหน้าหรอกนะ

แต่เชื่อเถอะ ผมว่าหลายๆคนคงฝันถึงลูกของตัวเองตั้งแต่ยังไม่ออกจากรกแล้วล่ะ

ดังนั้นเลยขอแนะนำล่วงหน้ากันไปเลยดีกว่า เผื่อจะได้ไม่ต้องแก้กันบ่อย

(ช่วงนี้ใจดีครับ อยากให้รอดกันเยอะๆ)

 

4.1 พึงระลึกก่อนว่า คุณอาจจะสอบไม่ผ่านก็ได้

 

บางครั้งการที่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป อาจทำให้คุณดู"ดื้อ"ในสายตาคนอื่น

ดังนั้นผมเลยไม่อยากให้คุณคาดหวังว่าตัวละครนี้ของคุณจะต้องเข้าได้แน่ๆ

เพราะยิ่งยึดติดมาก พอไม่ได้จะรู้สึกเสียใจกันเปล่าๆ

 

การที่ไม่ผ่าน มีโอกาสอยู่ดังนี้ครับ

- คุณส่งข้อมูลไม่ทัน จนมันหมดโควต้าไปก่อน (อันนี้คงช่วยไม่ได้จริงๆ)

- คาแรคเตอร์ที่คุณส่งมา มีความขัดแย้งกับโครงสร้างของโรงเรียน (เรื่องง่ายๆคือความสมจริง)

- ใบสมัครมีข้อผิดพลาด และเสียเวลาแก้มากไปจนหมดโควต้าไปก่อน

 

ซึ่งอยากให้รับรู้ไว้ว่า มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะัไรหากคราวนี้คุณไม่เข้ารอบ

ที่ผมบอกว่าอาจไม่ผ่าน ไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะโดนแบล็กลิสต์ทันทีเสียที่ไหน

แต่เพื่อให้พร้อมกับการเผชิญหน้า ก็ขอให้เตรียมใจไว้ แล้วเรื่องจะง่ายขึ้นครับ

หัวข้อต่อไป ผมจะมาอธิบายแนวทางที่ทำให้คุณผ่านง่ายขึ้น ซึ่งมีดังนี้

 

4.2 การคิดตัวละคร คิดอย่างไรให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

 

ใครที่มีลูกในใจแล้ว ถ้าอยากให้พวกเขารอดในปีนี้ ขอให้อ่านดีๆ

จริงๆแล้วทางโรงเรียนถือว่าผ่อนปรนจากความเป็นจริงไว้มากแล้วอยู่

อย่างเช่นเรื่องของทรงผม ที่ถ้าเอากันจริงๆให้มีแต่เกรียน แต่นี้ก็ปล่อยให้ระดับหนึ่งแล้ว

และเราก็ไม่ได้กีดกันตัวละครต่างชาติหรือลูกครึ่งแต่อย่างใด

แต่เรามีสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่สำคัญอยู่คือ "ความสมจริง" ครับ

 

ขอแนะตรงนี้เลยว่า คุณจะผ่านง่ายขึ้น ถ้าคุณเข้าใจตัวละครที่คุณเขียนอย่างถ่องแท้

ในระดับที่ว่าตัวละครนั้นอาจจะมาจากความเป็นตัวคุณ หรือคนใกล้ตัว

มิใช่มาจาก "การ์ตูน" หรือ "นิยาย"

จากการรับสมัครตัวละครที่ผ่านมา จะพบว่าสาเหตุของการที่ต้องแก้ มักจะเกิดจากการ"รู้ไม่จริง"

ถือว่าคนสมัครคราวนี้ซวยครับ เพราะคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็มีความรู้ต่างแขนงหลากหลายกัน

หากมีอะไรที่คุณคิดขึ้นมาเอง มันย่อมเสี่ยงต่อการที่คนที่รู้จริงมากกว่าจะมาซัดร่วงครับ

 

ดังนั้น...ในขั้นพื้นฐาน การส่งตัวละครเข้าโรงเรียนลูกบาศก์ที่มีความเสี่ยงต่ำสุดคือ

การคิดตัวละครที่สร้างขึ้นมาจากประสบการณ์จริง ที่อาจจะเป็นของเราหรือคนที่เรารู้จักดีก็ได้

นั่นรวมไปถึงเกร็ดประวัติชีวิตต่างๆ ที่หากเอาสิ่งที่เรารู้จริงมาใส่ ยังไงก็ไม่มีใครเถียงได้

สำหรับตัวละครนักเรียนซึ่งอายุประสบการณ์ชีวิตยังน้อย ไม่น่าจะมีปัญหา

แต่ก็เตือนๆไว้ด้วยความหวังดีนะ

 

*** มีคนฝากมาบอกเพิ่มครับ คิดว่าน่าจะช่วยเช็คเรื่องการสร้างตัวละครได้ดี

ต้องทบทวนว่าสิ่งที่ท่านระบุลงไปในพฤติกรรมของตัวละครนั้น

มีสาเหตุมาจากลักษณะนิสัยของตัวละครท่านจริง ๆ

หรือเป็นเพราะปัจจัยจากสถานการณ์ หรือสิ่งเร้าภายนอก

ให้ใส่อันที่เปนผลมาจากบุคลิกภาพของตัวละครจริง ๆ เป็นหลัก

แต่ถ้ามี tricker ที่จะทำให้เกิดอะไรแปลก ๆ จากปกติ ก็ให้ใส่มาด้วย

ตัวอย่างเช่น หากเห็นกบแล้วจะหวีดร้องลืมตัว ทั้งที่เป็นคนเงียบ ๆ

อย่าให้เกิดแบบ ... "เป็นคนจริงจังหน้าตาขึงขัง แต่ก็ยิ้มแย้มร่าเริงอยู่เสมอ" เป็นต้น

 

4.3 รู้จักการตัดใจ แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้น

 

สาเหตุหนึ่งของการที่ผู้สมัครอาจพลาดการเข้ารอบที่อาจเกิดขึ้นได้

ก็เกิดจากการที่มัวแต่ยื้อในเรื่องบางเรื่องจนหมดโควต้าไปก่อนนั่นเอง

ดังนั้นมีข้อแนะนำจากใจ ผอ. ซึ่งพอจะเห็นอนาคตของช่วงเวลาการสมัครลางๆแล้วว่า

หากโดนท้วงในข้อมูลส่วนไหนที่เราคิดว่าเราแก้ไม่ไหว หรือตอบไม่ไหว

จงตัดมันทิ้งไปซะ! 

เพราะถึงแม้ว่าคุณจะผ่านไปได้อย่างทุลักทุเล แต่เนื้อร้ายนั้นมันจะทำให้คุณมีปัญหาต่อไปไม่จบสิ้น

อะไรที่เราคุมไม่ไหวก็ตัดไปเถอะครับ เอาเวลาไปเสริมในส่วนที่เรา"พร้อม"ดีกว่าครับ

 

คุณมีโอกาสในการไปตัดต่อพันธุกรรมลูกตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่อาจมีโอกาสมากขึ้นก็ได้

และที่สำคัญ การที่ตัวละครไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความว่าตัวละครนั้นไม่ดี

เพียงแต่ว่าตัวละครของคุณอาจดูไกลห่างจากคอนเซ็ปต์ของโรงเรียนมากไปนั่นเอง

หากเป็นเช่นนั้นจริง คุณเก็บลูกคนนั้นไว้เลี้ยงเองในฐานะออริก็ยังได้

แล้วเอาเวลามาคิดอะไรที่ทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นดีกว่า

 

4.4 พยายามคิดถึงการเชื่อมโยงตัวละครของเรากับตัวละครในโรงเรียนตั้งแต่ตอนนี้

 

อ้อ เน้นก่อน ว่าอย่าพึ่งลืมข้อ 4.1 นะครับ อย่าพึ่งฝันไปไกลว่าตัวละครคุณจะได้อยู่จริง 

ในที่นี้หมายถึงว่า ผมกำลังจะบอกใบ้แนวข้อสอบในการสอบเข้าอยู่ครับ

ถ้าใครที่เคยเห็นการสมัครของครูแล้ว ก็คงจะได้เห็นแล้ว

ว่าโรงเรียนเราเน้นการสื่อสารระหว่างตัวละคร

ดังนั้นแนวข้อสอบก็จะไม่พ้นกับเรื่องประมาณนี้แหละครับ

 

โดยที่ผู้สมัคร(ไม่ใช่ตัวละคร)ที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับความสนใจจากคณะกรรมการ

ก็จะเป็นคนที่แสดงถึงความเข้าใจในตัวละครที่มีอยู่

และรู้จักใช้ตัวละครของตัวเองในการเชื่อมโยงได้อย่างน่าสนใจ

 

เน้นว่าตัวละครของโรงเรียนลูกบาศก์นั้น

เสน่ห์จะอยู่ที่การเป็นตัวละครที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงที่หลากหลาย

หลากหลายที่ว่า ไม่ใช่ว่าคุยได้หลายคนแต่เป็นรูปแบบเดียวกันหมด

แต่จะเป็นตัวละครที่สามารถตอบสนองกับตัวละครได้สมกับนิสัยที่ต่างกันไป

ได้รูปแบบความสัมพันธ์ที่มีความเฉพาะตัว แสดงถึงการที่"รู้เขารู้เรา"อย่างเต็มที่

 

หรือถึงแม้จะไม่หลากหลาย ก็อาจจะทดแทนด้วย"ความชัดเจนของคาแรคเตอร์"

พูดง่ายๆก็คือ เป็นตัวละครที่หากเข้ามาได้แล้ว เราจะรู้ได้เองว่าตัวละครแบบนี้ต้องเล่นแบบไหน

ผมคงไม่บอกหรอกว่าตัวอย่างได้แก่แบบไหน เดี๋ยวจะทำตามตัวอย่างกันมาหมด

แต่สิ่งที่ผมอยากให้มั่นใจกันก็คือ

 

ผมอยากได้ตัวละครที่ผู้เขียนได้เข้าใจได้อย่างดีที่สุด

ในฐานะที่ต่อไปจะเป็นส่วนหนึ่งของ"ห้องสมุดตัวละคร" ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงครับ

 

ดังนั้นถ้าทุกคนต่างก็แสดงออกมาได้ทั้งความชัดเจนของตัวละครตัวเอง

และความใส่ใจที่จะเชื่อมโยงข้อมูลของตัวเองกับข้อมูลของคนอื่นอย่างจริงจัง

ผมอาจจะเพิ่มโควต้าการรับสมัครจากที่เคยตั้งใจก็ได้นะ

 

_______________________________________________________________ 

 

วันนี้เอาเท่านี้ก่อนละกัน คิดว่าน่าจะอธิบายขั้นเบื้องต้นได้ครอบคลุมแล้ว

หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่สนใจได้บ้างนะครับ

 

อนึ่ง เอนทรี่นี้อนุญาตให้คนที่สนใจอยากสมัครมาพูดคุยได้นะ

อยากจะถามในประเด็นปลีกย่อย หรือขยายความข้อสงสัยจากที่ผมเขียนในนี้ก็ได้

ผมจะมาตอบให้ตามเวลาจะเอื้อนะ (ยังไงก็แวบมาดูได้เป็นระยะอยู่แล้วเพราะอยากอู้)

 

แต่ขอให้อย่าถามในเรื่องที่ผมได้อธิบายในเอนทรี่นี้แล้วนะครับ

ไม่งั้นผมจะแอบแบล็กลิสต์ไว้ในใจด้วยล่ะ ในฐานะคนที่พูดแล้วไม่ฟัง

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มารับทราบครับผม

แต่รู้สึกหวั่นใจเรื่องความใกล้เคียงของตัวเราและตัวละครเพราะที่ร่างๆไว้คร่าวๆโดยการนำเอาข้อมูลตัวละครในโรงเรียนมาหาช่องว่าง และสร้างเติมขึ้นมาพบว่า

"แต่ละเรื่องที่จะเป็นเรื่องใหม่ๆได้เป็นเรื่องค่อนข้างจะไกลตัวทั้งนั้น"

เพราะเท่าที่ตามอ่านมาพบว่าโรงเรียนนี้มีนักเรียนหลายรูปแบบแล้ว จะคิดให้แหวกออกไปเลย ก็จะห่างไกลไป แต่ถ้าเอาแบบง่ายๆผมก็เกรงว่าจะไม่สร้างสรรค์เท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณมากครับที่มาเตือนและไกด์เบื้องต้นให้ มีประโยชน์ต่อแนวคิดของผมมากๆครับ surprised smile จะพยายามแก้ไขต่อไปครับ

#2 By trong on 2009-02-03 23:47

อ้อ ลืมครับ ตอนนี้ผมกำลังทำความเข้าใจระบบรหัสเนื้อเรื่องอยู่ (หลังจากที่สงสัยมานานว่าที่จั่วหัวกันด้วย CS IS MS SS อะไรพวกนั้นคืออะไร)

มีคำถามครับ ผมไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง SS และ MS ครับ มันเป็นเนื้อเรื่องเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงจุดไหนเหรอครับ embarrassed

#3 By trong on 2009-02-03 23:49

ตอบ#2

งั้นก็โชคดีล่ะที่ผมเตือนไว้
จริงๆแล้วในความคล้ายก็มีความต่างได้ครับ
ผมไม่ว่านะถ้าจะเขียนแบบง่ายๆ
เพราะในความง่ายๆเนี่ย ตัวละครหลายตัวยังใช้ไม่คุ้มเลย
บางทีตัวละครของคุณอาจจะคล้ายตัวละครที่มีอยู่แล้วเค้ายังใช้ไม่คุ้ม ในโอกาสแบบนั้นผมว่าเป็นไปได้ครับที่ตัวละครของคุณจะมีประเด็นน่าสนใจ

ยังไงเสีย รุ่นน้องที่คล้ายรุ่นพี่ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร แต่ถ้าต่างได้มันก็น่าสนใจมากกว่าใช่ไหม

ขอคอนเฟิร์มว่ายังมีความธรรมดาที่โรงเรียนนี้ยังไม่มีอีกเยอะครับ และถ้าเป็นไปได้ เขียนตัวละครที่คุณคุมได้เจ๋งที่สุด จะเป็นประโยชน์มากกว่าครับ

(เผลอๆแล้ว ตัวละครเดิมใน ร.ร.ตอนนี้ยังเล่นประเด็นไกลๆซะเยอะด้วยซ้ำ ตัวละครธรรมดาสามัญเนี่ยยังมีช่องว่างให้เล่นอีกเยอะ)


ตอบ#3

จริงๆมีอธิบายไปแล้ว แต่เห็นว่าอันนี้ยังเป็นเรื่องที่สับสนกันได้ไม่แปลก เลยอธิบายใ้ห้ครับ

ถ้าเอาเข้าใจง่ายๆ
MS - ตัวละครมีการพัฒนา ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในอนาคต เช่น พฤติกรรม มุมมอง

SS - เป็นเรื่องแนวพักยก การมาเจอกันของตัวละครที่ไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอะไร ออกแนวอ่านสบายๆมากกว่า


ขยายความอีกนิด
หากเปรียบเป็นต้นไม้
ms คือแก่น ss คือกิ่งก้านครับ

#4 By โคค่อน on 2009-02-03 23:58

มาช่วยตอบแทนพี่ค่อนว่า คำตอบของคุณ Irong สามารถหาได้ใน "กระดานข่าวค่ะ" จริงๆมีตั้งเป็น Recommended อยู่แล้ว เรื่องของ MS และ IS น่ะค่ะ


ส่วนเรื่องของตัวละคร ขอตอบแทน(อีกแล้ว)ว่า ทางโรงเรียนไม่ได้ต้องการตัวละครที่แปลกหรือแหวกแนวขนาดนั้น ตัวละครง่ายๆก็เข้ามาร่วมได้เหมือนกัน สิ่งสำคัญที่ควรนึกจริงๆคือการปฏิบัติตามหลักการและแนวทางของโรงเรียนได้ถูกต้องมากกว่า

ซึ่งทุกอย่างมีระบุไว้ชัดเจนไว้แล้วในเอนทรีนี้


บอกใบ้ให้อย่างหนึ่งว่า การจะทำให้ถูกต้องหลักการและแนวทางของโรงเรียนนี้ได้นั้น เริ่มต้นจาก อ่านและทำความเข้า้ใจเอนทรีนี้อย่างละเอียดอีกรอบก่อนนะคะ ^^

#5 By Boom on 2009-02-03 23:59

อะ บอกว่ามาตอนแทน แต่ตอบช้ากว่าพี่ค่อนอีก เอร้ยยย

เอาคำตอบพี่ค่อนเป็นสำคัญแล้วกันค่ะ

#6 By Boom on 2009-02-04 00:01

มารับทราบเช่นกันค่ะ
การการ "แนะ" แนวทางที่เป็นประโยชน์มากจริงๆ ค่ะ ทำให้กำลังใจที่จะพยายามเข้าโรงเรียนลูกบาศก์มีเพิ่มมากขึ้นอีกนิด (หลังจากที่หวั่นๆ อยู่พอสมควร 555)

เห็นด้วยกับที่บอกว่าธรรมดาก็แตกต่างได้ ในทีแรกไอก็คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากจะสร้างคาแรคเตอร์ที่มันแปลกๆ แหวกแนวออกไปสักหน่อย แต่มาคิดๆ ดูอีกทีไอ้เรารึก็คนธรรมดา ครั้นจะไปแต่งให้เป็นลูกครึ่งชาติประหลาดๆ แต่ถ้าตัวเองไม่สันทัดภาษาก็คงเขียนออกมาได้ไม่สมจริง (อันนี้คิดได้เพราะกรณีจากผปค. เย้เยน่ะค่ะ รู้สึกว่าพอได้ภาษาด้วยแล้วความเป็นลูกครึ่งก็ดูสมจริงขึ้นแยะ)

หรือจะให้แต่งเป็นพวกมีปมชีวิตอะไรมากมาย เราเองก็เป็นมนุษย์ธรรมดาเกิดมาชิวๆ ไปวันๆ ติดจะรักสนุกสนานไปตามเรื่อง กลัวว่าถ้าสร้างคาแรคเตอร์ออกมาเครียดๆ มันจะกลายเป็นการตีกรอบตอนเขียนเรื่องไปซะก่อน แหะๆ


อืม ถ้าจะถามก็คงอยากถามเกี่ยวกับข้อจำกัดต่างๆ ในการสร้างคาแรคเตอร์น่ะค่ะ ว่าพฤติกรรมของตัวละครที่ควรจะใส่ลงไปควรจะเจาะลึกลงไปมากแค่ไหน หรือว่าบางส่วนควรจะเก็บไว้เขียนถึงเมื่อเรื่องราวดำเนินไปแล้ว (ในกรณีที่หากกว่าสอบติดเข้าเป็นนักเรียน)

เพราะโดยส่วนตัวติดว่าการยัดเยียดเรื่องราวของตัวละครลงไปในแบบฟอร์มการสมัครมากเกินไปนี่ ไอไม่ค่อยชอบแฮะ มันเหมือนเป็นการจำกัดกรอบของตัวละครซะแน่นเอี๊ยด มันดูสำเร็จรูปมากไปหน่อย และค่อนข้างจะใจร้ายกับคนอื่นๆ เวลาจะเขียนถึงเหมือนกันนะคะ เพราะมันไม่ลื่นไหลและปรับเข้าหาคนอื่นยากมากเลย

เอ..มันจะดูเหมือนกลายเป็นข้อเสนอแนะมากกว่าจะเป็นคำถามหรือเปล่า แหะๆ ถ้าดูไม่เหมาะสมยังไงก็บอกได้เลยนะคะ ประเด็นจริงๆ ที่อยากถามก็คือ

ผอ. จำกัดขอบเขตความชัดเจนของคาแรคเตอร์ไว้มากแค่ไหนคะ เพราะใจจริงอยากเขียนให้มันเป็นอุปนิสัยของตัวละครธรรมดาๆ มากกว่า

เช่น

ถ้าแค่ว่า "เวลาใช้ความคิด มักจะยกมือขวาขึ้นจับผมตัวเองเล่นเสมอโดยไม่มีเหตุผล"

มันจะดูหลวมไปหรือเปล่าคะ?

คือความเห็นส่วนตัวคิดว่าถ้าเราเขียนไว้แบบนี้ มันน่าจะเป็นจุดที่ทำให้คนอื่นเอาไปเขียนต่อยอดได้ด้วย แหะๆๆ แอบคิดเผื่อไปให้มันเอื้อกับคนอื่นด้วยน่ะค่ะ เห็นว่าถ้ามองในมุมของเรา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เ้จ้าของใส่ไว้แบบไม่ลงดีเทลมากนี่ บางจุดก็น่าสนใจกว่าข้อมูลใหญ่ๆ บางอันอีกนะคะ :]

ปล. แต่ถ้าผอ. เห็นว่าควรจะใส่ข้อมูลให้ละเอียดยังไงก็ช่วยบอกด้วยค่ะ เพื่อเป็นประโยชน์กับการสมัครเข้าเรียนต่อ big smile


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ข้ออื่นๆ ด้วยนะคะ

#7 By =ShiN-@h= on 2009-02-04 00:49

ปล. อ่านที่เขียนไปอีกที
รู้สึกตัวเองพิมพ์วกไปวนมามากเลย
ขอโทษผอ. ไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ
ยังไงจะพยายามเรียบเรียงความคิดตัวเองให้ดีกว่านี้ sad smile

#8 By =ShiN-@h= on 2009-02-04 01:01

#7 เขียนมายาวมาก ถ้าผมหลุดไปบ้างลืมตอบอันไหนก็ทักได้นะ แต่ขอเริ่มจากคำถามหลักก่อน

- ต้องละเอียดแค่ไหน
มีสองกรณีครับ

1. ข้อมูลแบบไหนที่เราได้คิดไว้ในใจแล้ว แม้ว่าในชีวิตจริงคนรอบข้างจะยังไม่รู้ แต่หากเป็นสิ่งที่คนเขียนจำเป็นต้องรู้เพราะหากไม่รู้จะทำให้เข้าใจผิด ก็ควรระบุไว้เสียเลย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

2. กรณีที่เป็นข้อมูลที่อยากให้เป็นปลายเปิด หากมันไม่ใช่แก่นสำคัญอะไรก็ได้นะครับ เรื่องจับผมตัวเองเล่นบางทีมันก็ไม่ต้องมีตำนานว่าเพราะชีวิตขาดความอบอุ่นอะไรนี่นา (หรือมีก็ไม่ทราบ ไว้ถามครูแนะแนว)


สรุปคือ อะไรที่เราเปิดกว้างก็เปิดไป แต่อะไรที่คิดว่าผิดไม่ได้ก็อย่าเก็บไว้ในใจ ขอให้บอกไว้เลย
และอันไหนถ้ากลัวเป็นการสปอยล์อนาคตที่วางไว้ แต่อยากให้คนอื่นที่สนใจลงลึกจะเขียนได้รู้ ก็ซ่อนเป็นอักษรขาวไปครับ

หวังว่าจะได้คำตอบตามที่ต้องการนะครับ

#9 By โคค่อน on 2009-02-04 01:01

เสริมอีกนิด

ประเด็นอาจจะไม่เน้นไปที่ละเอียดขนาดไหน
แต่เราดูที่ความสมเหตุสมผลน่ะครับ

เพราะบางเรื่องละเอียดในแบบจุกจิกก็กลายเป็นข้อมูลท่วมหัวเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน

มีการลำดับความสำคัญของข้อมูลก็จะช่วยได้นะครับ
เวลาอันไหนที่เราลงละเอียด เขาก็จะได้รู้ว่าสำคัญไง

#10 By โคค่อน on 2009-02-04 01:02

อ้อ เข้าใจแล้วค่ะ
งั้นในการสมัครนี่เราก็สามารถที่จะใส่ตัวขาว เน้นหนาความสำคัญของข้อมูลต่างๆ ให้ชัดเจนได้เหมือนแนวทางการทำ DB เลยใช่ไหมคะ :]

ขอบคุณมากๆ นะคะ
แหะๆ เขียนยาว ประเด็นมันนิดเดียวเนอะ
(เขียนวนไปวนมาซะมากกว่า 555)

ปล. ที่ยกตัวอย่างเรื่องจับผมไปนั่น ประเด็นคือมันคิดตัวอย่างอะไรไม่ออกค่ะพี่ 5555

#11 By =ShiN-@h= on 2009-02-04 01:14

คิดต่างนะครับ

ผมว่าการที่จะสร้างตัวละครที่มีเอกลักษณ์ได้นั้น
ไม่จำเป็นเลยต้องมีอะไรแปลก
ตัวละครเรียบ ๆ บางตัวก็ฮิทติดลมบนได้
(ปัญหานี้สามารถปรึกษากับ ผปค. ธี ได้นะครับ อิอิ)
นั่นเป็นเพราะความเรียบง่ายนั่นแหละ ทำให้เขาถูกกล่าวถึงได้บ่อย

จุดที่ชี้ความแตกต่างหรือเอกลักษณ์จริง ๆ
คือสิ่งที่เรียกว่า "แก่น" ครับ
ก็อย่างที่โคค่อนตอบไปแล้ว
อะไรสำคัญควรใส่
อะไรที่ถือเป็นเด็ดขาด จะทำ จะไม่ทำ จะมี จะไม่มี
ก็ควรใส่ลงไป

ไม่ใช่เม้มไว้ปลายเปิด
แล้วพอคนอื่นทำอะไร misconception ก็ไปติงเขาทีหลัง
มันไม่งาม

จะละเอียดแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวละครของคุณ
มีแก่นหนาแค่ไหน

แก่นจะเป็นตัวเดินเรื่อง เป็นตัวกำหนด MS ของตัวละคร
จงคิดให้หนักครับ

การสร้างตัวละครที่ตนเองมีความถนัดในการพัฒนาหรือกล่าวถึงนั้น
พูดได้ว่าย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง
แต่ถ้าอยากลองพัฒนาตัวเองด้วยโจทย์ยาก ๆ
ก็ลองส่งตัวละครที่ไม่ถนัดได้ครับ

เรื่องเล่นผมนั่น ผมว่ามันมีเหตุผล
เพียงแต่ว่ามันไม่อยู่ในระดับจิตสำนึกก็เป็นได้ครับ
แต่ที่แน่ ๆ คือ มันมีคนทำแบบนั้นจริง
แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต
อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเปลือก
และเอาไปใช้ต่อยอดในการสร้างพัฒนาการให้กับตัวละครได้ยากครับ

#12 By Kyril on 2009-02-04 01:36

อา...
พอมาอ่านที่ผปค. คีริลเขียนแล้ว รู้สึกว่าตัวเองมองข้ามจุดนี้ไปจริงๆ ค่ะ รู้สึกว่าจะกังวลกับการยัดเยียดข้อมูลตัวละครมากไปเลยจนลืมคิดถึงจุดนี้ไปเลย

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆ ค่ะ
พอมาคิดตามตรงนี้แล้วรู้สึกได้เลยว่ายังต้องปรับอะไรอีกเยอะ ตอนนี้ยังไม่ได้เขียนตัวละครออกมาจริงจัง แต่มีร่างรูปแบบไว้คร่าวๆ แล้ว

ยังไงจะนำคำแนะนำนี้ไปปรับใช้และพัฒนาตัวละครที่จะส่งเข้ามานะคะ จะพยายามให้ดีที่สุดให้สมกับที่ช่วยแนะนำนะคะ cry

#13 By =ShiN-@h= on 2009-02-04 01:56

สีฯขอเสริมอีกนิดนะคะ

จากที่เคยเีรียนมา(งูๆปลาๆ) ในเรื่องการเขียนบทละคร

อย่างที่พี่คีว่า เราควรมี "แก่น" ของตัวละคร แก่นของเรื่อง เพราะเราสร้างตัวละครขึ้นมาเพื่อให้เกิด "เรื่องราว"

นั่นก็หมายความว่า เราน่าจะมีจุดหมายปลายทางคร่าวๆว่า "ตัวละครที่เราสร้างขึ้นมานั้นต้องการจะเล่าเรื่องอะไรให้กับผู้อ่าน"

อาจจะไม่ได้วางพล็อตหลักมาตายตัว เพราะมันอาจเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ และเราต้องเขียนเรื่องราวร่วมกับคนอื่นด้วย แต่ถ้าเรามี "แก่น" ของตัวเองแล้ว มันจะทำให้ตัวละครเรามีความเป็นตัวเอง และมีการดำเนินเนื้อเรื่องที่ชัดเจนค่ะ

นอกจากนั้น จากข้อกำหนดหลักสำคัญอีกข้อที่โรงเรียนกำหนดไว้คือ "ความเป็นไปได้จริงในพื้นฐานสังคมไทย"

นั่นก็คือ ตัวละครของเรานอกจากมีความเป็นตัวของตัวเองแล้ว ยังต้องมีความ"สมจริง"ด้วย

ประเด็นต่อมาก็คือ เราจะสร้างตัวละครอย่างไรให้สมจริง

เอาง่ายๆที่สุดคือ เวลาเราอ่านคาแรกเตอร์และที่มาแ้ล้วเราควรจะรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล การกระทำข้อมูลแต่ละอย่างอธิบายได้ด้วยเหตุและผล นอกจากนั้นที่สำคัญมากก็คือ ถ้าตัวละครของคุณเชื่อมโยงกับโลกความเป็นจริงเมื่อไหร่ จุดนั้นอย่าให้ข้อมูลผิดพลาด

อย่างเช่นนะคะ (อันนี้ยกตัวอย่าง อย่าซีเรียสมาก) คุณลงดีเทลว่า ลูกชายคุณ จบจากโรงเรียน ศึกษานารี แล้วมาเข้าเรียนที่นี่

นี่ไม่สมเหตุสมผลแน่นอน เพราะศึกษานารีมันโรงเรียนหญิงล้วน ลูกชายคุณจะเข้าไปเรียนจบมาได้ยังไง

อะไรทำนองนี้ล่ะค่ะที่ไม่ควรผิดพลาด ถ้าคิดจะยึดตามหลักอะไรที่มันมีในโลกจริง ก็ควรศึกษาข้อมูลมาว่าสิ่งที่เราจะเขียนนั้นถูกต้องแล้วจริงๆ (เอาเข้า้จริง อย่าลงดีเทลลึกมากถ้าเราไม่มีข้อมูลเพียงพอ จะเป็นการดีที่สุดค่ะ อ้อ แล้วก็ ไม่ต้องบอกหรอกนะคะว่าจบจากที่ไหน อันนี้คือ สมมติให้เข้าใจกันง่ายๆน่ะ 555+)

แล้วก็ในเรื่องของความ "สมจริง" มันมีหลักการคร่าวๆอีกนิด (จากที่เรียนเรื่องการคิดบทละครมาอีกเช่นกัน) นั่นคือ พื้นฐานของการสร้างตัวละครแต่ละตัวให้สมจริง เราก็คิดไปเลยว่าตัวละครนั้นมันมีตัวตนขึ้นจริง

คนเราจะมีอยู่จริงมันมีหลักๆอะไรได้้บ้างล่ะ

คำตอบมีสามอย่างค่ะ คือ สรีระร่างกาย พื้นฐานทางสังคม แล้วก็ จิตใจ


สรีระคือ รูปร่างหน้าตา สูงเท่าไหร่ ผิวขาว ผมยาว บลาๆ รวมทั้งจุดดีจุดด้อย พื้นฐานทางสมอง IQ หรือโรคประจำตัวอะไรก็ตามแต่

พื้นฐานทางสังคม คือ ครอบครัวเป็นยังไง สภาพแวดล้อม ถูกเลี้ยงดูมายังไง มีประวัติความหลังอะไรมาบ้าง

และสุดท้ายคือจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยสองอย่างด้นบนมาเป็นตัวประกอบ สรีระ และพื้นฐานทางสังคม เป็นตัวกำหนดจิตใจ ว่าจะมีไปในแนวทางไหน

อย่างเช่น คนมีปัญหาครอบครัว ชีวิตมีปมด้อยก็"อาจจะ" เป็นคนเงียบๆเก็บตัว มีปัญหาทางจิตใจบางอย่าง หรือคนที่ครอบครัวอบอุ่นให้ความรัก โตมากับพี่น้องหลายคน บ้านอยู่ต่างจังหวัดติดทะเล ก็อาจจะเป็นคนที่ร่าเริงสดใส มีน้ำใจ รักธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ก็มีผลกับสภาพจิตใจ นิสัยใจคอของตัวละครของคุณว่าจะออกมาเป็นอย่างไรค่ะ

สิ่งที่สำคัญคือ "ความเชื่อมโยง" ถ้าคุณสามารถทำให้ "สรีระร่างกาย" "สภาพทางสังคม" และ "จิตใจ" สามารถอธิบายกันได้อย่าง "มีเหตุมีผล" นั่นก็หมายความว่าคุณทำให้ตัวละครของคุณมีความ "สมจริง" ได้ในระดับหนึ่งแ้ล้วล่ะค่ะ


สิ่งที่เรากล่าวมาทุกอย่างใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องบังคับตายตัว มันสามารถพลิกแพลงได้หลายหลากอยู่แล้ว อย่างที่ศาสตร์ทุกศาสตร์ัมันมีการประยุกต์เปลี่ยนแปลงได้ เพียงแต่นี่ก็เป็นแนวทางคร่าวๆ ทางหนึ่ง ที่จะทำให้เราสร้างตัวละครได้อย่างมีเป้าหมายขึ้นนะคะ


ปิดท้ายว่า...สิ่งที่พูดมานี่ เล่าตามหลักที่เคยได้เรียนมานะคะ ส่วนเราจะทำตามได้จริงแ่ค่ไหน...นั่นก็ยังฝึกกันอีกเยอะ แต่ยังไง ที่นี่ก็เป็นโรงเรียน (ทั้งในชื่อโครงการ และการได้เรียนรู้จริงๆ) เพราะงั้นเมื่อเข้ามาแล้วเราก็ได้ฝึกได้เรียนรู้ไปด้วยกันทุกฝ่ายล่ะนะคะ

หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์ได้บ้างนะ 555+ (มีใครช่วยเสริมได้ด้วยจะเป็นพระคุณมากค่ะ)

#14 By Boom on 2009-02-04 02:00

อีกนิดของสีฯมันนิดจริง ๆ ด้วย ๕๕๕๕๕๕ confused smile

#15 By Kyril on 2009-02-04 11:22

แว้ก ยาวมาก ^^" (เย้ ล็อกอินแล้ว ต่อไปนี้จะได้ไม่รบกวนกล่องข้อความด่วนละครับ)

เข้ามารับทราบครับ จะว่าไป คนเราก็มีหลายรูปแบบ ถึงมีความซ้ำซ้อนกันบ้าง ก็ไม่น่าจะซ้ำกันหมดแน่ๆ สินะครับ

ถ้าจะถามก็ไม่รู้จะถามอะไรแล้วละครับ ผมว่าผมเข้าใจกติกาเบื้องต้นนะ ^^

ว่าแต่..ลูกชายจบมาจากศึกษานารีก็ไม่แปลกนะครับท่าน ก็มัน "ศึกษานารี" นี่นา
(โดนท่านโคค่อนยันออกจากโรงเรียนไป)

#16 By Zahnarzt : whitehamster on 2009-02-04 20:38

#16 ที่จริงแล้ว ถึงตัวละครคล้ายกันเกือบหมด แต่พอมีคนเขียนที่ต่างกัน ก็สามารถทำให้ประเด็นต่างกันได้แล้ว (แต่อย่างน้อยกายภาพควรมีจุดต่างในระดับที่ผมสามารถวาดการ์ตูนแล้วหน้าต่างได้บ้างน่ะ)

ถ้าคิดว่าเข้าใจเบื้องต้นแล้วก็ยินดีด้วย ก็เตรียมความพร้อมต่อไปนะ

#17 By โคค่อน on 2009-02-04 22:02

จริงๆคือเป็นคนที่มีความเห็นส่วนตัวว่า ในสถานการณ์ที่มีคาแรกเตอร์หลายๆคาแรกเตอร์มารวมกันจากหลายๆที่มา ( คล้ายๆกับฟิคชั่นที่เปิดรับสมัครตัวละครจากภายนอก = =" ) ไม่น่าจะคิดคาแรกเตอร์ของตัวเองให้มันโดดเด่นโอเวอร์ซะจนมันไปแย่งความสนใจจากคาแรกเตอร์ตัวอื่นๆน่ะค่ะ คือเราควรจะให้มีความเสมอภาคกัน ให้เกียรติคาแรกเตอร์ของคนอื่นพอๆกับที่ให้เกีนรติคาแรกเตอร์ของตัวเองอ่ะค่ะ

เช่น

นาย ก. ของฉัน ใจดี หน้าตาสะอาดสะอ้าน ตัวสูงแต่กลับไม่ชอบเล่นกีฬา - - มันก็ควรจะหยุดอยู่แค่นั้น ให้แค่พอมีเอกลักษณ์จดจำแล้วก็มีจุดน่าสนใจบ้าง ไม่น่าจะถึงขั้น.... นาย ก. ของฉัน เป็นหนุ่มหล่อสุดยอดในโลกา เรียนเก่ง 4 ตลอดตั้งกะอนุบาล กีฬาเป็นเลิศ หุ่นสมาร์ท สาวติดตรึม แต่มีนิสัยเย็นชา ดาร์ค ยิ้มมีเลศนัย ซาดิสม์SM บ้านรวยสุดๆ พ่อเป็นยอดนักธุรกิจ แม่เป็นคุณนายเงินล้าน อะบลาๆๆๆ




อื้อหือ.......................พ่อเจ้าประคุณเอ้ย----------- = ="


แล้วคนอื่นเค้าจะเหลืออะไรล่ะครับ OTZ พี่ท่านเล่นมาซะโอเวอร์อลังการขนาดนี้ - - ไม่รู้ว่ายังเป็นคนนอกอยู่แบบนี้จะมีสิทธิ์ติงรึเปล่านะคะ ....กะ...ก็แค่มายกตัวอย่างเท่านั้นเองแหล่ะค่ะ อย่าแบล็คลิสต์เค้าเลยน้า TT[]TT

#18 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2009-02-04 22:12

ข้อ 4.1 ทำเราขนลุกไปชั่วครู่...ฮุๆ (แอบทำผิดกฏเล็กน้อย จริงๆร่างตัวละครไว้"ระยะ"นึงแล้วล่ะค่ะ)

เอาน่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

ว่าแต่ ไหนๆพี่ค่อนก็บอกไว้แล้วว่า "อนุญาตให้คนที่สนใจอยากสมัครมาพูดคุยได้"

มาเม้าท์รุ่นก่อนๆกันดีกว่า
confused smile"คิดว่ารุ่นพี่คนไหนจะป็อบที่สุดในปีหน้า!"

(ว่าแล้วก็โดนผ.อ. แบล็กลิสต์และอุ้มหายไปจากเอ็นทรี่)question

#19 By renile on 2009-02-04 23:24

#18 ไม่เป็นไรครับ บอกๆกันได้
แล้วตัวละครแบบนั้นไม่มีวันได้ย่างกรายเข้ามาง่ายๆอยู่ดีครับ เหอๆ (ขอให้ไว้ใจระบบการตรวจกรองเถอะครับ)big smile

อีกอย่าง ถ้าได้ติดตามมา จะพบว่าตัวละครที่มีบทบาทเฉิดฉายได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวประหลาดอะไรเลยครับ


#19 ร่างไว้ก็ดีแล้วครับ แค่อย่ายึดติดว่าคนนี้ต้องได้
อีกอย่างถ้าเปิดใจจริงๆ ถึงตอนแรกไม่ได้ ปรับนิดหน่อยก็อาจจะได้ด้วย แค่อย่าดื้อน่ะ

ส่วนรุ่นพี่คนไหนจะป๊อปในปีหน้า ไว้จอรอเสียงจากเหล่ารุ่นน้องที่"เข้ารอบ"ครับ

#20 By โคค่อน on 2009-02-04 23:37

ไม่ยึดติดหรอกค่ะ ผ.อ.
ที่ร่างไว้ก็เพราะจะหา"ส่วนเติมเต็ม" จากแบบร่างครั้งแรกจนถึงตอนนี้ก็เกลาไปเรื่อยๆอยู่เหมือนกัน

จะได้อยู่กันได้แบบพอดีๆ big smile

#21 By renile on 2009-02-05 00:05

#21 ที่จริงการตั้งเอนทรี่นี้ ก็เผื่อไว้สำหรับให้ทยอยคิดกันตั้งแต่ตอนนี้แล้วด้วยล่ะ ผมคิดว่าตัวละครที่ได้รับการขัดเกลาจริงๆแล้ว ไม่น่าพลาดหรอก หรืออย่างน้อยถึงจะต้องแก้ ถ้าเป็นตัวละครที่ผ่านการคิดมานานแล้ว ผมว่าเรื่องแก้นี่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงเลย

อีักอย่างผมคิดว่าคุณก็ได้ตามโครงการโรงเรียนมาตั้งแต่แรกๆแล้ว ตามหลักการคงไม่น่าตายน้ำตื้นนะconfused smile

#22 By โคค่อน on 2009-02-05 00:35

ค่ะ

"ผมว่าหลายๆคนคงฝันถึงลูกของตัวเองตั้งแต่ยังไม่ออกจากรกแล้วล่ะ" อันนี้จริงเลยค่ะ แหะๆ
เรื่องสร้างตัวละคร ตอนแรกกังวลพอสมควรเลยค่ะ ก็กลัวจะสร้างออกมาจืดไป แต่ตอนนี้ไม่กังวลแล้วค่ะ
คิดว่าไปให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงตัวละครดีกว่า

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ

#23 By charoite on 2009-02-05 21:36

สวัสดีครับ ท่านผอ.โคค่อน ผมเป็นแฟนคลับของรร.ลูกบาศก์มานานพอควร และกำลังเตรียมปั้นลูกมาสมัครปีการศึกษาใหม่นี้ครับ(ลูกอายุถึงพอดี) ตอนนี้ก็คิดว่าเตรียมตัวค่อนข้างพร้อมพอควร

มีคำถามจะเรียนถามดังนี้ครับ

1.หลังประกาศรับสมัครแล้ว เราต้องสมัครโดยการส่งการบ้านเป็น DB1 และ DB2 ใช่หรือไม่ครับ แล้ว DB อื่นๆต้องส่งด้วยเลยหรือเตรียมไว้ก่อน เพราะบางข้อก็ยังเขียนไม่ได้(เช่นความสัมพันธ์กับนักเรียน รุ่นเดียวกันเป็นต้น)

2.ลูกของเราจะได้รับคัดเลือกหรือไม่ ผ่านหรือไม่ผ่าน ท่านผอ.จะประกาศอย่างไร แล้วมีการแก้ไขซ่อมข้อมูลตัวละครได้ไหม(สอบซ่อม) แล้วคนที่เคยไม่ผ่านในตอนแรก ถ้าซ่อมแล้วจะผ่านการคัดเลือกได้อีกหรือไม่ครับ

3.ถ้าลูกเราไม่ผ่าน แต่ทางรร.กำลังพิจารณาอยู่(ซ่อมแก้ไขข้อมูล) แล้วเกิด นักเรียนรุ่นนั้นเต็มเกินโควต้าก่อน ลูกเราก็คืออดใช่ไหมครับ

4.แล้วDead line ในการรับสมัคร หรือการสอบซ่อม สิ้นสุดแค่ไหนครับ (เมื่อนักเรียนรุ่นสองได้ครบหรือเปล่า)

5.เราต้องทำความสัมพันธ์กับรุ่นพี่ทุกคน คุณครูทุกคนเตรียมไว้หรือเปล่าครับ หรือทำเฉพาะคนที่เราต้องการจะเชื่อมโยงเนื้อเรื่องไว้ก่อน

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ปล.ถ้ามีคำถามไหนที่งี่เง้า หรือคำถามไหนท่านผอ.เคยบอกไว้แล้ว ผมขอกราบประทานอภัยโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับบบบ (แหะๆ แบบว่าบางทีข้อมูลมันเยอะๆก็ลายตาเหมือนกัน อิอิ แต่จะพยายามทำการบ้านให้ดีที่สุดไม่ให้ทางรร.ผิดหวังกับนักเรียนใหม่คนนี้เลยครับ) sad smile

#24 By Badbigkie on 2009-02-06 11:48

#24 เล่นถามในเรื่องที่ตอนแรกคิดว่าจะเปิดเผยช่วงการสอบแท้ๆ แต่อุตส่าห์ตั้งคำถามมาดีแล้ว ก็ขอใจดีตอบตรงนี้แล้วกัน (จะไม่อัพในส่วนกลาง เพื่อให้คนที่สนใจตามอ่านคอมเม้นต์เท่านั้นถึงจะรู้)

ขอตอบโดยไม่ยกคำถามมาอีกรอบนะ

1. การสมัคร ส่งแค่ DB 1 เท่านั้นครับ DB 2 นั้นจะเป็นแค่ส่วนขยายเพิ่มเติมสำหรับตัวละครไหนที่ประวัติชีวิตเยอะจนเกินกว่าจะยัดใน DB1 ได้ แต่ในการสอบเข้าจริงๆนั้นมีอะไรมากกว่าแบบฟอร์ม DB1 และนั่นจะเป็นหัวข้อที่จะรู้กันในวันประกาศสอบเข้าครับ

DB อื่นๆนั้น จะมีให้เขียนแน่นอน และเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้ผ่านเข้ารอบอย่างแท้จริง
แต่ไม่แนะนำให้เขียนล่วงหน้าครับ
เพราะไม่มีหลักประกันว่าตัวละครที่คุณคิดขึ้นมานั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ ทางที่ดีคือผ่านให้ได้ก่อนแล้วค่อยเขียน จะได้ไม่เสียแรงเปล่า (อีกอย่าง db เบื้องต้นสำหรับคนมาใหม่ ต้องเขียนให้ครบ (เหนื่อยหน่อย) แต่ไม่ต้องยาวครับ แบบฟอร์มเบื้องต้นจะสั้นกว่าที่คุณเห็นคนอื่นเขียนตอนนี้กัน)


2. การที่ผ่านหรือไม่ผ่านั้น โดยเบื้องต้นผมจะปล่อยให้สมาชิกท่านอื่นคอมเม้นต์ไปเป็นเวลาหนึ่งก่อน แล้วผมจะมาอ่านเองรวมทั้งอ่านคอมเม้นต์คนอื่นเป็นการตัดสินว่าจะต้องแก้อะไรอีกหรือผ่านแล้ว ซึ่งผมจะยึดหลักการตรวจเรียงตามลำดับการโพสส่งลิงค์มาเพื่อความยุติธรรม

การสอบซ่อมนั้นทำไปได้เรื่อยๆครับ ก็คือเค้าให้แก้ตรงไหนเราก็แก้ไป พอซ่อมเสร็จก็ส่งมาใหม่ แล้วเราก็จะตรวจใหม่เช่นกัน
(ซึ่งเพื่อให้เป็นระเบียบ อาจจะมีรอบการตรวจที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ลนทำจนเกินไป)

ถ้าซ่อมแล้วผ่านก็ผ่านได้เลยครับ จะซ่อมกี่รอบก็ได้ ตราบใดที่โควต้ายังไม่เต็ม


3. ตามหลักการที่ตั้งใจไว้แล้ว เราจะมีการกันโควต้าเบื้องต้นไว้ประมาณ 80% ก่อน และ 20% จะเว้นไว้สำหรับตัวละครสำรองที่ทางโรงเรียนเห็นว่าน่าสนใจ จะกันไว้ให้มีเวลาซ่อมต่อไปอีกระยะหนึ่งแม้ว่าโควต้า80%เต็มแล้ว ส่วนใครที่นอกเหนือจากที่สำรองไว้ก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเขียนต่อครับ

ทั้งนี้เพื่อให้แต่ละคนมีความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีตั้งแต่แรก ถ้าแสดงถึงความตั้งใจ เราก็จะพยายามช่วยเท่าที่จะทำได้ครับ เพราะยังไงก็อยากให้คนตั้งใจและพร้อมในปีนี้เข้ารอบกันหมด


4. คำตอบอยู่ในข้อแรกๆแล้วเช่นกัน การรับเพิ่มสิ้นสุดเมื่อโควต้าครบครับ


5. ในส่วนการสมัครเข้า ใช้แค่เท่าที่จำนวนที่เรากำหนดไว้ เราจะมีการบอกโจทย์ในอนาคตครับ ข้อแนะนำคือ ลองคิดการเชื่อมโยงตัวละครของเรากับตัวละครอื่นในโรงเรียนไว้ล่วงหน้า ทั้งนักเรียน ครู และบุคลากร และลองพิจารณาว่าคนไหนที่เหมาะจะเอามาเล่นมากที่สุด

การเลือกที่เป็นส่วนผสมที่น่าสนใจ ย่อมดึงดูดให้คนอ่านเห็นถึงความใส่ใจในการเชื่อมโยงครับ ถึงอาจจะเขียนไม่เก่ง แต่ถ้าจุดประกายได้น่าสนใจ ยังไงก็ดูออก

แล้วสำหรับการเขียนถึงทุกคน อันนี้ไว้สอบผ่านก่อน จะได้ไม่เปลืองแรง



รุ่นปี 2552 อาจจะเหนื่อยมากหน่อย โทษฐานที่คนสนใจมากกว่าที่คิดไว้มาก (มันล้นตั้งแต่สมัครรอบแรกตอนนั้นแล้ว)

แต่เพื่อให้การรับเข้าเป็นไปอย่างยุติธรรม เราจึงจำเป็นต้องเลือกคนที่มีความพร้อมมากที่สุดก่อน ส่วนใครที่ยังไม่เข้ารอบตอนนี้ก็ยังมีเวลาในการศึกษาเรียนรู้โครงการต่อไปเพื่อสมัครต่อในปีหน้า


ส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่า ถ้าใครที่ติดตามโครงการมาตลอด น่าจะรู้วิธีที่ทำให้สอบเข้าได้อยู่แล้วครับ ส่วนใครที่อาจตามช้าไปบ้าง ก็อาศัยแรงฮึดในการศึกษาข้อมูล เผลอๆอาจเอาชนะคนที่ตามมานานก็ได้ครับ


ยังไงก็ขอบคุณที่สนใจครับ ขอให้โชคดีbig smile

#25 By โคค่อน on 2009-02-06 12:11

มารับทราบข้อมูลค่ะ

ขอบคุณคุณโคค่อนสำหรับ entry นี้
ขอบคุณทุกคอมเมนต์ที่ถาม-ตอบกันมา
บางอย่างไม่เคยนึกจะสงสัย(เพราะคิดไปเองว่าเข้าใจแล้ว)แต่พอได้อ่านแล้วรู้อะไรที่ไม่เคยรู้เยอะเลยconfused smile

พยายามตามเก็บข้อมูลต่อไป

#26 By ~*GyoKuRo*~ on 2009-02-06 15:02

(ความจริงเห็นนานแล้ว แต่ไม่ได้อ่าน งานมันเยอะเหลือหลาย)
ก่อนอื่น คือจะบอกว่า มารับทราบ(เหมือนคนอื่นๆ)แล้วค่ะ
ช่วงนี้ก็เห็นหลายๆคนกำลังพยายามเขียนปรับความเข้าใจกับคนที่สนใจ
เลยคิดว่าหลายๆคนเค้าพยายามเพื่อพวกเรา(คนสมัครใหม่)
แล้วถ้าสมัครแล้วทิ้งไว้ มันก็คงทำให้การทำการบ้านของคนอื่นหนักขึ้นมาอีก
(กำลังบ่นอะไรอยู่เนี่ย)

จะพยายามทำตามที่ทุกคนแนะนำค่ะ
surprised smile

ปล.
"ผมว่าหลายๆคนคงฝันถึงลูกของตัวเองตั้งแต่ยังไม่ออกจากรกแล้วล่ะ"
นี่มันแทงใจดำดัง จึ้ก จริงๆนะ (ฮา)

#27 By now" & wee@cs* on 2009-02-06 16:20

จริงๆจะรู้ว่าตัวเองเข้าใจมากพอไหมเดี๋ยวก็รู้ตอนสอบเข้าแล้วล่ะครับsurprised smile

อ้อ ขอบอกเป็นกำลังใจว่า ใช่ว่าคนที่อยู่แต่เดิมจะเข้าใจกันทุกคนนะ สิ่งที่เราสอนกันในนี้ เป็นสิ่งที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์มาตลอด แล้วได้ข้อสรุปว่า ถ้าคนที่เข้ามาแล้วจะคุ้มค่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งน่าจะเหมาะกับการใช้เลือกเมื่อมีคนต้องการเข้ามากกว่าที่รับได้ครับ

#28 By โคค่อน on 2009-02-06 21:37

ได้อ่านแล้ว จะไปอ่านกระดานข่าวโรงเรียนลูกบาศก์นะคะ
ช่วงก่อนก็ถึกมากกกกก...ไปนั่งศึกษาตัวละครทั้งหมดมา
แต่ก็ดีที่ศึกษาไปบ้างแล้ว T T
ขอโทษที่ไม่ค่อยได้คอมเม้นท์เลยนะคะ
(เพราะบางเอนทรี เรารับรู้และเข้าใจแล้ว จึงไม่มีคำถามฝากไว้น่ะค่ะ)

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ผ.อ.
พอจะเข้าใจโรงเรียนลูกบาศก์มากขึ้นแล้วล่ะค่ะ :D
ตอนนี้ก็กำลังเกลาๆลูกให้พอดี
(เพราะช่วงก่อนลูกเว่อร์มาก T T)
แต่คงต้องอาศัย...นั่นแหละค่ะ "ส่วนเติมเต็ม" ของทุกคนเหมือนกัน

ถ้าตัวละครของเรามีเอกลักษณ์และมี "แก่น" ที่น่าสนใจ
ยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ได้หลุดมาจาก
"การ์ตูน" หรือ "นิยาย" เท่านี้ก็ถือว่าดีระดับนึงแล้วใช่มั้ยคะ?

ที่เหลือก็แค่เราเปิดใจให้กว้างเข้าไว้...

#29 By LUVFE F.CHES de LUNE on 2009-02-07 09:57

#29

ส่วนที่สำคัญก็คือใจท่เปิดกว้าง พร้อมรับคำแนะนำเพื่อปรับใช้ในการพัฒนาไปร่วมกันครับ เพราะการประับตัวนั้นไม่ใช่ว่าจบตอนที่เข้าได้แล้ว แม้แต่คนที่อยู่ในนี้ยังต้องปรับตัวกันเองเพื่อหาจุดที่ลงตัวครับ

ดังนั้น นอกจากตัวละครที่มีพื้นฐานความสมจริงแล้ว การที่คุยกันได้ง่ายๆหน่อยก็เป็นประเด็นสำคัญที่เราใช้คัดเลือกคนครับ

เพราะโครงการนี้ไม่มีเวลามาเถียงกันโดยไม่จำเป็นครับ บั่นทอนความรู้สึกกันเปล่าๆ

#30 By โคค่อน on 2009-02-07 12:13

โอ รุ่นนี้ไฟแรงจังเลย
สงสัยต้องรีบยกมาตรฐานตัวเองแล้ว
๕๕๕๕๕๕

#31 By Kyril on 2009-02-07 12:16

เนื่องจากติิดสอบเลยเพิ่งได้กลับเข้ามาเล่นค่ะ OTZ

#20

ตะ......ติดตามโรงเรียนมาได้พอสมควรแล้วล่ะค่ะเพียงแต่ว่าไม่ได้แสดงตัวเท่านั้นเอง ก็ต้องไว้ใจอยู่แล้วสิคะ =[]= เพียงแต่มาพูดยกตัวอย่างให้มันมีปรากฏเอาไว้เผื่อว่าคนนอกที่เข้ามาอ่านจะได้เห็นภาพชัดขึ้นน่ะค่ะ เป็นการป้องกันไม่ให้อุตส่าห์คิดมาแล้วปรากฏว่าไม่ผ่าน มันจะมาเสียใจกันภายหลังไงคะ TTwTT มะ....มันก็ต้องมีกรณีอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ......นะ..... (*ปาดเหงื่อซิกๆ*)

ยังไงก็ตามระหว่างนี้จะพยายามทำความเข้าใจกับกฏและจุดประสงค์ของโรงเรียนจำลองแห่งนี้ให้มากที่สุดนะคะ (*ตัวสั่นกึกๆๆๆๆๆ*)

#32 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2009-02-07 21:56

#32

แต่ชอบคอมเม้นท์ที่ #18 ของคุณ มากๆเลยนะ :D
อ่านแล้วแบบ อื้ม! ใช่! เห็นด้วยเลย ประมานนี้น่ะค่ะ...


แล้วมาพยายามด้วยกันนะคะ*

#33 By LUVFE F.CHES de LUNE on 2009-02-07 22:04

ก็ดีแล้วล่ะครับ เป็นการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชะตากรรม ไม่ให้พลาดพลั้งกันไงล่ะ

อยากบอกว่าเรื่องแบบนี้ถ้าคนไหนที่ปกติอ่านแต่เรื่องแฟนตาซี ก็อาจจะไม่รู้สึกว่าสิ่งนั้นมันแปลกก็ได้ อย่างไรก็ตามผมก็กะไว้เป็นการกรองคนระดับหนึ่งอยู่แล้ว ถ้าแนวทางไม่ตรงกันแต่แรกก็จะได้ไม่ต้องฝืนกัน


และหวังว่าคนที่จะมาใหม่ น่าจะเป็นการจูนหาพวกเรา มากกว่าจะมเปลี่ยนแปลงอะไรโรงเรียนนี้นะครับ เพราะผมคงไม่รับใครที่แสดงตัวออกมาว่า"ใหญ่มาจากไหน"แน่นอน

(นี่ก็พูดเผื่อเช่นกัน เนอะๆ)

#34 By โคค่อน on 2009-02-08 00:26

ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงใกล้สอบนะคะ
วุ่นวายมากเลย : )


#26

เห็นด้วยนะคะ
ไอ้เราก็ทะนงตนว่า รู้หมดทุกอย่าง ไม่่นามีปัญหา
แต่พอได้มาอ่านก็ทำให้เราได้รู้ว่า
ยังไม่ได้รู้ถึงทุกอย่างถ่องแท้ซะหน่อย
ก็อยากจะขอบคุณท่าน ผ.อ.
กับเพื่อนๆที่ถามและตอบกันนะคะ ทำให้รู้อะไรเยอะเลย

: ))

ถึงจะวุ่นวายกับการสอบมาก
แต่ก็จะพยายามมาอ่านไล่ตามทุกอย่างให้ครบ
และก็ทำตามคำแนะนำต่างๆของศิษย์เก่านะคะ

เป็นประโยชน์มากจริงๆคะ

<333

#35 By JEEN* on 2009-02-08 08:45

#35

ไปวุ่นวายกับการสอบก่อนก็ได้มั้ง
ทางผมก็ยังรู้สึกว่าต้องหันมาทำงานสุดท้ายตัวเองอย่างเต็มตัวแล้ว (แต่การมาตอบนี่เป็นการพักแบบหนึ่งที่ไม่ต้องลงแรงมาก)

คิดว่าหลังการสอบทั่วไปน่าจะมีเวลาในการเรียนรู้ระดับหนึ่งล่ะ ส่วนใครที่แอดมิดช่วงนี้ก็อาจซวยหน่อย แต่เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันก็คงต้องยอมรับในตรงนี้อะนะ เพราะจะให้รอทุกคนพร้อมก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดีั

เอาเป็นว่ารอดูครับ จะเข้าใจแค่ไหนเดี๋ยวก็รู้แล้ว

#36 By โคค่อน on 2009-02-08 12:04

อ่านแล้วพลิกหน้าต่างแหลกเลยค่ะ.. สุดยอด

ตาม cubicschool มาซักพักแล้วล่ะค่ะ ว่าจะฟอร์มลูกเข้าโรงเรียนเหมือนกัน (อ่านข้อ 4.1 แล้วก็นึกได้... เออ จริง เผื่อใจไว้นิดก็ไม่น่าจะเสียหาย เพราะไม่งั้นเอาเข้าจริงๆ เกิด 'ดื้อ' ขึ้นมาคงไม่ดีกับทั้งตัวเองและทุกฝ่ายแน่ๆ )


อ่านข้างบนก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่พออ่านตามคอมเม้นต์ของทุกท่านที่มาช่วยกันตอบแล้วเคลียร์ขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ


จะพยายามศึกษาข้อมูลและเเนวทางของโรงเรียนค่ะ

PS. จะพยายามเข้ามาติดตามข่าวสารเรื่อยๆ ค่ะ (รู้สึกตัวเองมาอ่านข่าวช้าไปตลอดเลย )sad smile

#37 By S-SMILE on 2009-02-10 18:24

ถึงตอนนี้ยังไม่เรียกว่าช้าไปหรอกครับ
เบาใจได้ big smile

#38 By Kyril on 2009-02-12 14:21

เอ่อ...ขอถามซักนิดค่ะ
การให้ตัวละครมี"ความสามารถพิเศษ"ที่ออกจะเกินจริงอยู่ซักนิด เป็นเรื่องที่อนุญาตอยู่มั้ยคะ?


#39 By LUVFE F.CHES de LUNE on 2009-02-14 00:04

#39

เกินจริงแบบไหนล่ะครับ
แต่ที่อยากถามมากกว่าคือ
"จำเป็นไหมว่าตัวละครนั้นต้องมีความสามารถพิเศษที่เกินจริง"

เพราะในขั้นที่เลือกตัวละคร
สำหรับโรงเรียนที่มีรากฐานจากความเป็นจริง
ทางเราก็ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ไปกันได้กับโรงเรียนโดยไม่มีปัญหาต้องมาตามถกภายหลังมากกว่าครับ

ย้อนกลับไปข้อ 4.2 4.3 แล้วจะเข้าใจครับ

#40 By โคค่อน on 2009-02-14 11:02

เจอ 4.1 ก็ชะงักเลยค่ะ แต่ตัวเขียวๆอันล่างก็เลยกล้าเม้นท์
ยังอ่านแค่คร่าว และไม่ละเอียด ขอโทษนะค่ะ ถ้าคำถามทำให้รำคาญ
อันนี้อยากถามมานานแล้วนะค่ะ แต่ไม่กล้าพอ(กลัวแบลค์ลิสต์)
ถ้าสมมุติว่า เราจะเขียนเหตุและผลว่าทำไมตัวละครเราถึงกลัวอันนี้ อันนั้น
นี้เรียก msหรือ ss ค่ะ
อายุของผปค.นี้ จำกัดไหมค่ะ(อายุน้อยมากๆค่ะsad smile
.................................

ติดตามมานานมากค่ะ รุ่นๆแรก แต่ไม่กล้าเมนต์เลยค่ะ

^
^
^
ง่ะ ล๊อกอินผิดค่ะ

คนเดียวกะคนข้างบนนะค่ะ
ถ้าคำถามไร้สาระไป ก็อย่าแบลกลิสต์เลยนะค่ะ
sad smile

#42 By pLaWaN@o@ on 2009-02-14 21:37

#41


- เหตุผลในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับตัวละคร มันไม่ใช่แค่ ms หรือ ss แล้วครับ มันเป็น DB (ฐานข้อมูล) เลยล่ะ

เพียงแต่การเล่าใน db นั้นต้องสั้น กระชับ มีแค่เหตุผลหรือเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรเท่านั้น ไม่เขียนเป็นฟิคหรือการ์ตูนแต่เขียนเป็นข้อเท็จจริง

หากอยากจะเล่าโดยละเอียดก็ค่อยมาเป็นเรื่องราวเสริม
ถ้าอยากให้ความกลัวนี้มีผลต่อการพัฒนาตัวละครก็เป็น MS ถ้ากะเอาขำๆแบบไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาก็ได้ก็เป็น SS


- อายุคนเล่นไม่สำคัญครับ ขอแต่มีความพร้อมที่จะเล่นก็พอแล้วล่ะ (ซึ่งเดี๋ยวตอนสอบกันก็จะรู้เองล่ะ)
ซึ่งถ้ายังไม่พร้อมก็ค่อย ๆ เรียนรู้ต่อไปก่อนก็ได้นะ อายุยังน้อยยิ่งมีโอกาสอีกเยอะconfused smile

#43 By โคค่อน on 2009-02-15 22:33

ขอบคุณที่ตอบให้นะค่ะconfused smile

#44 By pLaWaN@o@ on 2009-02-17 21:59

เราพยามแล้ว


แต่คงเข้าไม่ได้แน่เลย อ่านๆดู sad smile

#45 By เ ด็ ก เ ห็ ด on 2009-02-21 20:22

#40
ขอโทษนะคะที่ถามอะไรแบบนั้นออกไป
เพราะบังเอิญไปอ่าน DB แนะนำตัวละคร ของคนๆนึงเข้า
แล้วเจอ 'ความสามารถพิเศษ' ที่เกินจริงไปซักนิด
แล้วก็ดูเหมือนว่าไม่มีเรื่องพื้นฐานครอบครัว หรือสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมโยง เลยทำให้เกิดความสับสนน่ะค่ะ...
ปีนี้ ผอ. เองก็บอกชัดแล้วว่าระบบคัดกรองรอบนี้มั่นใจได้

#46 By LUVFE F.CHES de LUNE on 2009-02-24 11:42