ร.ร.ล.บ. 2551/11 มาทำความเข้าใจ "ระบบตบมือข้างเดียวก็ดังได้"
posted on 25 May 2008 09:09 by cubicschool in 01-ACTIVITIESสวัสดีครับ วันนี้เราจะมาคุยเกี่ยวกับระบบหนึ่งที่จะเกี่ยวข้องกับการบ้านในช่วงหลังจากนี้กัน
สำหรับการบ้านที่ผ่านมา มันจะเป็นลักษณะของ ฐานข้อมูล ที่มีไว้เพื่อเป็นพื้นฐานในการแต่งเรื่อง
ดังนั้นมันอาจจะน่าเบื่อแต่ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่จะทำให้เพื่อนคนอื่นได้ตัดสินใจว่าจะเล่นด้วยไหม
ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าฐานข้อมูลน่าจะครอบคลุมเพียงพอแล้ว
การบ้านต่อไปจึงจะเป็นรูปแบบที่เป็นการสร้างเรื่องราวให้กับโรงเรียนแล้วครับ
...
เนื่องจากเรามีห้อง Freestyle ไว้เป็นที่ท่างสำหรับแต่งเรื่องในหัวข้ออิสระอยู่แล้ว
การบ้านที่ผมจะให้จึงเป็นรูปแบบการให้โจทย์เป็นสถานการณ์คร่าวๆ
ที่เว้นช่องไว้ให้คุณเลือกตัวละครเอง รวมทั้งการกำหนดบทบาทที่จะมีต่อสถานการณ์นั้น
แต่เนื่องจากพวกเราคงพบแล้วว่าผู้ปกครองของพวกเราหลายคนก็ว่างไม่ตรงกันเท่าไหร่
ครั้นจะต้องมารอประชุมเพื่อให้ได้เรื่องเดียวกัน คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี
ผมจึงขอใช้ระบบที่เพื่อนๆสามารถส่งเรื่องที่ตัวเองคิดได้โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะเป็นยังไง
แต่ก็ยังออกมาเป็นเรื่องที่เพื่อนๆสามารถรับได้ หากคุณศึกษาการบ้านฐานข้อมูลมาอย่างดีพอ
มันคือระบบ "ตบมือข้างเดียวก็ดังได้" ครับ
...
ระบบตบมือข้างเดียวก็ดังได้
นิยามโดย ร.ร.ล.บ.
หมายถึงการแต่งเรื่องในรูปแบบที่ตัวละครของเราต้องเลือกตัวละครของคนอื่นมาอยู่ในสถานการณ์ร่วมกัน
แต่เราก็สามารถเลือกตัวละครของเขาและให้บทบาทได้โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าในโจทย์เดียวกันเขาจะทำยังไง
อ่านถึงตรงนี้แล้วยังสับสนก็คงไม่แปลก ดังนั้นผมขอยกตัวอย่างด้วยการบ้านที่ไม่มีวันทำได้ใน รร เราดีกว่า
...
...
ตัวอย่างการใช้ระบบตบมือข้างเดียวก็ดังได้
โจทย์ ... การบ้าน X - ขอเพื่อนให้เป็นแบบในการวาดรูปเหมือน
คำอธิบายโจทย์ ... ให้นักเรียนแต่ละคนเลือกเพื่อนคนหนึ่งในการวาดรูปในวิชาศิลปะ
โดยสามารถเลือกซ้ำกันได้ และไม่จำเป็นต้องวาดรูปคนที่มาเลือกเรา
และหลังจากนั้นให้ส่งภาพวาด พร้อมอธิบายท่าทีและอาการของคนที่เราเลือก
...
การใช้ระบบตบมือข้างเดียวในการเลือกตัวละคร
สมมุติว่านักเรียนของผมชื่อ นาย ก ผมให้ นาย ก เลือก น.ส. ข เป็นแบบในการวาดรูป
แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ต้องสนว่า น.ส.ข จะมี นาย ค กับ นาย ง เลือกด้วยเหมือนกัน
ไม่ต้องสนว่าความจริง น.ส.ข เขากลับไปเลือก นาย จ เป็นนายแบบ โดยไม่สนใจพูดถึง ก ค ง เลย
และที่สำคัญคือผมเขียนถึงเรื่อง นาย ก โดยไม่ต้องสนใจเลยว่ามีคนเขียนว่า น.ส. ฉ เลือก นาย ก เป็นแบบ
เพราะว่าสุดท้ายแล้วเหมือนกับทุกคนมีกระดาษวาดรูปคนละแผ่น
เราเป็นเจ้าของกระดาษแผ่นนั้น เราจึงมีสิทธิ์เลือกคนที่จะมาอยู่ในภาพได้
(และส่วนใหญ่การบ้านจะระบุไว้ว่าคนที่ถูกเลือกจะไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่อาจจะมีท่าทีไม่พอใจแทน)
...
การใช้ระบบตบมือข้างเดียวในการแต่งเรื่อง
ผมสามารถเขียนเรื่อง นาย ก ของผมได้โดยไม่ต้องสนใจว่าตอนนี้ใครจะเขียนการบ้านยังไงกันบ้าง
เพราะคนวาดคือเรา ไม่ใช่คนที่ถูกวาด เราจึงสามารถกำหนดสไตล์การเล่าและภาพที่จะออกมา
แต่ต้องไม่ลืมว่าเป้าหมายของการวาดภาพเหมือน ก็คือต้องให้สื่อได้ว่าเป็นคนนั้น
การที่เราจะวาดคนนั้นได้ก็ต้องรู้จักลักษณะของเขาเป็นอย่างดีนั่นเอง
ดังนั้นสมมุติว่าหาก นาย ก เลือก น.ส.ข เป็นแบบและ น.ส. ข ก็ใจตรงกันเลือก นาย ก เป็นแบบ
จงอย่าลืมว่ากระดาษที่ให้วาดมันเป็นคนละแผ่นกัน
ดังนั้นขณะที่ นาย ก วาด น.ส.ข เป็นดั่งภาพเขียนจิตรกรรมยุโรป
น.ส.ข อาจวาด นาย ก เป็นภาพพิมพ์อียิปต์ก็ได้
แต่ทั้งสองจะประสบความสำเร็จในการทำการบ้านนี้ได้ก็ต่อเมื่อ มันดูออกว่าภาพนั้นเป็นใครครับ
...
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ออกมาก็จะเป็นเพียงเรื่องราวหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับเรื่องราวอีกมากมายของคนอื่น
เรื่องราวที่สามารถสื่อถึงความเป็นตัวละครแต่ละตัวได้อย่างถูกต้องและมีประเด็นที่น่าสนใจ
ถึงจะกลายเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำและมีคนไปต่อยอดผูกเรื่องราวต่อไปได้
ดังนั้นการตั้งใจทำการบ้านก็ย่อมจะส่งผลดีต่อตัวละครของคุณเองครับ
เพราะการทำการบ้านเหล่านี้เป็นโอกาสให้ตัวละครคุณเป็นตัวเอกในเรื่องราวที่คุณเขียน
แต่ไม่แน่ถ้าเรื่องนี้มันเด็ดจริง มันก็จะทำให้ตัวละครคุณไปโลดแล่นเป็นตัวเอกที่คนอื่นอยากกล่าวถึงด้วย
...
การสรุปเพื่อประยุกต์ใช้ในการบ้านอื่นๆที่ใช้ระบบตบมือข้างเดียวก็ดังได้
1. คุณเลือกใครก็ได้ โดยไม่ต้องสนว่าเลือกซ้ำกับใคร และใครเลือกคุณ
2. แม้ว่าคุณจะจับคู่กันเอง แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องเดียวกัน
ย้ำว่าไม่ใช่เรื่องเดียวกันจริงๆ ไม่งั้นจะถือว่าลอกการบ้านครับ
ไม่ได้มีบทลงโทษ แต่มันเท่ากับว่าคุณเสียโอกาสในการสร้างเรื่องราวให้ตัวละครคุณเองไปเรื่องหนึ่งเลยนะ
3. ไม่ต้องกลัวว่าเรื่องราวของคุณจะไปขัดแย้งกับใคร
เพราะถ้าคุณได้ศึกษาการบ้านมาดีแล้ว มันจะไม่เพี้ยนจากกันมากเท่าไหร่
หรือถ้าอีกฝ่ายเขียนโดยเข้าใจตัวละครคุณอย่างผิดๆ คนอ่านเขาก็รู้เองครับว่าคนนั้นเขามั่ว
ในทางตรงข้ามถ้าการบ้านฐานข้อมูลของใครไม่เคลียร์พอ หากใครกล่าวถึงคลาดเคลื่อนก็ช่วยไม่ได้ครับ
...
...
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆได้เข้าใจระบบนี้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการบ้านที่จะมีต่อไปด้วย
ถ้าใครยังสงสัยในประเด็นไหน หรือต้องการให้อธิบายอะไรเพิ่ม ขอให้ถามที่เอนที่นี้ครับ
ถ้าไม่ใช่ประเด็นใหญ่หรือต้องแก้อะไรผมจะตอบใน reply เลย เพื่อให้ไม่เกิดการสับสน
ดังนั้นขอให้เพื่อนๆได้อ่าน reply ของเพื่อนๆก่อนที่จะถามด้วย เพราะบางทีอาจมีคนตอบแล้ว
แล้วก็ ถ้าใครคิดว่าเข้าใจแล้วก็ช่วยยืนยันในเอนทรี่นี้ด้วยเลยครับ ผมจะได้สบายใจ
...
ป.ล. เอนทรี่นี้ผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ในการบ้านที่จะใช้ระบบนี้เสมอ
ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะหาบทความนี้ในภายหลังไม่เจอครับ
--edited สรุปอีกทีเพื่อให้เข้าใจตรงกัน
1. การบ้าน 1-6 คือ Database เพื่อใช้ต่อยอดในการบ้านต่อๆไป
2. ต่อจากนี้การบ้านจะมีลักษณะเป็นเนื้อเรื่องในโรงเรียน
สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิงงานของคนอื่นก็ได้
แต่ขอให้อยู่ในขอบเขตความเป็นไปได้จาก Database (การบ้าน 1-6)
อันนี้จึงเรียกว่า ตบมือข้างเดียวก็ดังได้
หมายถึง งานของเราทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาอ้างอิง
หรือนัดแนะกับใครในการสร้างเนื้อเรื่องของตัวเอง
มุมมองตัวเองสินะ
คิดตาม ทำเอาหัวจะหงอก เลย
แต่ก็ต้องว่าเยี่ยมครับ เอาไปเลย.....
เรื่องแบบนี้หาคนเขียนให้อ่านได้น้อย
#1 By หุ่นดีกันเถอะ on 2008-05-25 10:19