สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาคุยเกี่ยวกับระบบหนึ่งที่จะเกี่ยวข้องกับการบ้านในช่วงหลังจากนี้กัน

สำหรับการบ้านที่ผ่านมา มันจะเป็นลักษณะของ ฐานข้อมูล ที่มีไว้เพื่อเป็นพื้นฐานในการแต่งเรื่อง

ดังนั้นมันอาจจะน่าเบื่อแต่ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่จะทำให้เพื่อนคนอื่นได้ตัดสินใจว่าจะเล่นด้วยไหม

ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าฐานข้อมูลน่าจะครอบคลุมเพียงพอแล้ว

การบ้านต่อไปจึงจะเป็นรูปแบบที่เป็นการสร้างเรื่องราวให้กับโรงเรียนแล้วครับ

...

เนื่องจากเรามีห้อง Freestyle ไว้เป็นที่ท่างสำหรับแต่งเรื่องในหัวข้ออิสระอยู่แล้ว

การบ้านที่ผมจะให้จึงเป็นรูปแบบการให้โจทย์เป็นสถานการณ์คร่าวๆ

ที่เว้นช่องไว้ให้คุณเลือกตัวละครเอง รวมทั้งการกำหนดบทบาทที่จะมีต่อสถานการณ์นั้น

แต่เนื่องจากพวกเราคงพบแล้วว่าผู้ปกครองของพวกเราหลายคนก็ว่างไม่ตรงกันเท่าไหร่

ครั้นจะต้องมารอประชุมเพื่อให้ได้เรื่องเดียวกัน คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

ผมจึงขอใช้ระบบที่เพื่อนๆสามารถส่งเรื่องที่ตัวเองคิดได้โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะเป็นยังไง

แต่ก็ยังออกมาเป็นเรื่องที่เพื่อนๆสามารถรับได้ หากคุณศึกษาการบ้านฐานข้อมูลมาอย่างดีพอ

มันคือระบบ "ตบมือข้างเดียวก็ดังได้" ครับ

...

ระบบตบมือข้างเดียวก็ดังได้

นิยามโดย ร.ร.ล.บ.

หมายถึงการแต่งเรื่องในรูปแบบที่ตัวละครของเราต้องเลือกตัวละครของคนอื่นมาอยู่ในสถานการณ์ร่วมกัน

แต่เราก็สามารถเลือกตัวละครของเขาและให้บทบาทได้โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าในโจทย์เดียวกันเขาจะทำยังไง

อ่านถึงตรงนี้แล้วยังสับสนก็คงไม่แปลก ดังนั้นผมขอยกตัวอย่างด้วยการบ้านที่ไม่มีวันทำได้ใน รร เราดีกว่า

...

...

ตัวอย่างการใช้ระบบตบมือข้างเดียวก็ดังได้

โจทย์ ... การบ้าน X - ขอเพื่อนให้เป็นแบบในการวาดรูปเหมือน

คำอธิบายโจทย์ ... ให้นักเรียนแต่ละคนเลือกเพื่อนคนหนึ่งในการวาดรูปในวิชาศิลปะ

โดยสามารถเลือกซ้ำกันได้ และไม่จำเป็นต้องวาดรูปคนที่มาเลือกเรา

และหลังจากนั้นให้ส่งภาพวาด พร้อมอธิบายท่าทีและอาการของคนที่เราเลือก

...

การใช้ระบบตบมือข้างเดียวในการเลือกตัวละคร

สมมุติว่านักเรียนของผมชื่อ นาย ก ผมให้ นาย ก เลือก น.ส. ข เป็นแบบในการวาดรูป

แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ต้องสนว่า น.ส.ข จะมี นาย ค กับ นาย ง เลือกด้วยเหมือนกัน

ไม่ต้องสนว่าความจริง น.ส.ข เขากลับไปเลือก นาย จ เป็นนายแบบ โดยไม่สนใจพูดถึง ก ค ง เลย

และที่สำคัญคือผมเขียนถึงเรื่อง นาย ก โดยไม่ต้องสนใจเลยว่ามีคนเขียนว่า น.ส. ฉ เลือก นาย ก เป็นแบบ

เพราะว่าสุดท้ายแล้วเหมือนกับทุกคนมีกระดาษวาดรูปคนละแผ่น

เราเป็นเจ้าของกระดาษแผ่นนั้น เราจึงมีสิทธิ์เลือกคนที่จะมาอยู่ในภาพได้

(และส่วนใหญ่การบ้านจะระบุไว้ว่าคนที่ถูกเลือกจะไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่อาจจะมีท่าทีไม่พอใจแทน)

...

การใช้ระบบตบมือข้างเดียวในการแต่งเรื่อง

ผมสามารถเขียนเรื่อง นาย ก ของผมได้โดยไม่ต้องสนใจว่าตอนนี้ใครจะเขียนการบ้านยังไงกันบ้าง

เพราะคนวาดคือเรา ไม่ใช่คนที่ถูกวาด เราจึงสามารถกำหนดสไตล์การเล่าและภาพที่จะออกมา

แต่ต้องไม่ลืมว่าเป้าหมายของการวาดภาพเหมือน ก็คือต้องให้สื่อได้ว่าเป็นคนนั้น

การที่เราจะวาดคนนั้นได้ก็ต้องรู้จักลักษณะของเขาเป็นอย่างดีนั่นเอง

ดังนั้นสมมุติว่าหาก นาย ก เลือก น.ส.ข เป็นแบบและ น.ส. ข ก็ใจตรงกันเลือก นาย ก เป็นแบบ

จงอย่าลืมว่ากระดาษที่ให้วาดมันเป็นคนละแผ่นกัน

ดังนั้นขณะที่ นาย ก วาด น.ส.ข เป็นดั่งภาพเขียนจิตรกรรมยุโรป

น.ส.ข อาจวาด นาย ก เป็นภาพพิมพ์อียิปต์ก็ได้

แต่ทั้งสองจะประสบความสำเร็จในการทำการบ้านนี้ได้ก็ต่อเมื่อ มันดูออกว่าภาพนั้นเป็นใครครับ

...

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ออกมาก็จะเป็นเพียงเรื่องราวหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับเรื่องราวอีกมากมายของคนอื่น

เรื่องราวที่สามารถสื่อถึงความเป็นตัวละครแต่ละตัวได้อย่างถูกต้องและมีประเด็นที่น่าสนใจ

ถึงจะกลายเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำและมีคนไปต่อยอดผูกเรื่องราวต่อไปได้

ดังนั้นการตั้งใจทำการบ้านก็ย่อมจะส่งผลดีต่อตัวละครของคุณเองครับ

เพราะการทำการบ้านเหล่านี้เป็นโอกาสให้ตัวละครคุณเป็นตัวเอกในเรื่องราวที่คุณเขียน

แต่ไม่แน่ถ้าเรื่องนี้มันเด็ดจริง มันก็จะทำให้ตัวละครคุณไปโลดแล่นเป็นตัวเอกที่คนอื่นอยากกล่าวถึงด้วย

...

การสรุปเพื่อประยุกต์ใช้ในการบ้านอื่นๆที่ใช้ระบบตบมือข้างเดียวก็ดังได้

1. คุณเลือกใครก็ได้ โดยไม่ต้องสนว่าเลือกซ้ำกับใคร และใครเลือกคุณ

2. แม้ว่าคุณจะจับคู่กันเอง แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องเดียวกัน

ย้ำว่าไม่ใช่เรื่องเดียวกันจริงๆ ไม่งั้นจะถือว่าลอกการบ้านครับ

ไม่ได้มีบทลงโทษ แต่มันเท่ากับว่าคุณเสียโอกาสในการสร้างเรื่องราวให้ตัวละครคุณเองไปเรื่องหนึ่งเลยนะ

3. ไม่ต้องกลัวว่าเรื่องราวของคุณจะไปขัดแย้งกับใคร

เพราะถ้าคุณได้ศึกษาการบ้านมาดีแล้ว มันจะไม่เพี้ยนจากกันมากเท่าไหร่

หรือถ้าอีกฝ่ายเขียนโดยเข้าใจตัวละครคุณอย่างผิดๆ คนอ่านเขาก็รู้เองครับว่าคนนั้นเขามั่ว

ในทางตรงข้ามถ้าการบ้านฐานข้อมูลของใครไม่เคลียร์พอ หากใครกล่าวถึงคลาดเคลื่อนก็ช่วยไม่ได้ครับ

...

...

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆได้เข้าใจระบบนี้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการบ้านที่จะมีต่อไปด้วย

ถ้าใครยังสงสัยในประเด็นไหน หรือต้องการให้อธิบายอะไรเพิ่ม ขอให้ถามที่เอนที่นี้ครับ

ถ้าไม่ใช่ประเด็นใหญ่หรือต้องแก้อะไรผมจะตอบใน reply เลย เพื่อให้ไม่เกิดการสับสน

ดังนั้นขอให้เพื่อนๆได้อ่าน reply ของเพื่อนๆก่อนที่จะถามด้วย เพราะบางทีอาจมีคนตอบแล้ว

แล้วก็ ถ้าใครคิดว่าเข้าใจแล้วก็ช่วยยืนยันในเอนทรี่นี้ด้วยเลยครับ ผมจะได้สบายใจ

...

ป.ล. เอนทรี่นี้ผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ในการบ้านที่จะใช้ระบบนี้เสมอ

ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะหาบทความนี้ในภายหลังไม่เจอครับ

 

--edited สรุปอีกทีเพื่อให้เข้าใจตรงกัน

1. การบ้าน 1-6 คือ Database เพื่อใช้ต่อยอดในการบ้านต่อๆไป 

2. ต่อจากนี้การบ้านจะมีลักษณะเป็นเนื้อเรื่องในโรงเรียน

สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิงงานของคนอื่นก็ได้

แต่ขอให้อยู่ในขอบเขตความเป็นไปได้จาก Database (การบ้าน 1-6)

อันนี้จึงเรียกว่า ตบมือข้างเดียวก็ดังได้

หมายถึง งานของเราทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาอ้างอิง

หรือนัดแนะกับใครในการสร้างเนื้อเรื่องของตัวเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม....

คิดตาม ทำเอาหัวจะหงอก เลย sad smile

แต่ก็ต้องว่าเยี่ยมครับ เอาไปเลย..... Hot!

เรื่องแบบนี้หาคนเขียนให้อ่านได้น้อย
nice~! principal~!!

#2 By Madam ทรามไว ♥~ on 2008-05-25 10:23

ดีจังเลยค่ะ

ถ้าต้องให้เหตุการณ์เป็นแบบเดียวกันสำหรับทุกคนท่าทางจะเหนื่อยแย่เลยเหมือนกันsad smile

#3 By ~Rainy Day~ on 2008-05-25 10:29

cry มุมมองตัวเองสินะ

#4 By [ i ]Rin on 2008-05-25 10:51

น่าสนุกจัง
x3

#5 By BLUE. on 2008-05-25 11:04

มุมมองของตัวเอง....รับทราบค่ะพี่ค่อนcry
อ่านระบบหมุนเวียนของน.และนส.ก-ฮ แล้วงง sad smile

อ่านหลายรอบถึงเข้าใจ sad smile sad smile

#7 By KIPPE on 2008-05-25 13:33

น่าจะแถลงไว้ตั่งแต่การบ้านสองแล้วพี่ค่อนsad smile

#8 By SEsai*นิค ณ cubic s. on 2008-05-25 15:01

ขี้เกียจอ่าน เอาเป็นว่ารอคนอื่นทำแล้วดูละกัน 5555

#9 By Spiralferret on 2008-05-25 15:52

ว่าง่ายๆคือตัวใครตัวมันนี่ครับsad smile
แอบเมา เลยวนไปอ่านอีกรอบ

เข้าใจแล้วค่ะ ที่จริงระบบนี้ก็ดูสบายใจดีเหมือนกันแหละ big smile

#11 By yueliang de mama on 2008-05-25 17:52

เป็นระบบเพื่อความเป็นอิสระของแต่ละคนจริงๆ



รับทราบครับ big smile

#12 By Zairen_Bibliophobia on 2008-05-25 18:08

ตอบ #8 ก็มันพึ่งคิดได้

อ้อ ที่จริงที่พิมพ์ยาวๆนี่ มันไม่ได้มีอะไรมากหรอก
แต่ไหนๆก็แล้ว ขอยกตัวอย่างทีเดียวไปเลย
ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายหลายรอบครับ
และบางอย่างเหมือินคิดว่าจะเข้าใจแต่บางทีก็เข้าใจผิดกันอยู่

สรุปคร่าวๆคือ อย่าไปซีเรียสว่าจะต้องทำตามที่คนอื่นเขียนก่อน
ขอแค่เรามั่นใจว่าเราตีโจทย์ถูก เข้าใจตัวละคร ก็เพียงพอแล้วbig smile

#13 By โคค่อน on 2008-05-25 19:10

ดีเหมือนกันเนอะ

อย่างลัคไง น่าสงสาร ตอนแรกโดนเรื่องรองเท้าทุกวันsad smile

#14 By แมวหน้าแว่น on 2008-05-25 19:18

งงๆกะนายก ข ค
นึกไปถึงโฆษณาพอเพียงไลฟ์โน่น
แต่สรุปว่าเข้าใจคร้าบconfused smile
มิติพิศวง @_@

#16 By Kyril on 2008-05-25 21:56

เข้าใจแล้วค่ะ confused smile

#17 By ::ValLaKU::KiKiE:: on 2008-05-25 22:08

วิชาโลกของเรา คงนำมาใช้ได้นะ...


อิอิ

#18 By Thai-Cubic on 2008-05-26 08:21

อธิบายได้กระจ่างดีครับ

#19 By ::Naoki-kun:: on 2008-05-30 21:55